สาทิตย์รื้อช่อง11เป็นเช่า (posttoday)

1 Comment Blog

สาทิตย์รื้อช่อง11เป็นเช่า


วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553
“สาทิตย์” ปรับระบบช่อง 11 เปลี่ยนจากร่วมผลิต ไปเช่าเวลา พร้อมปรับผังทุก 3 เดือน เริ่มม.ค.นี้
สาทิตย์ วงศ์หนองเตย

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้ปรับเปลี่ยนนโยบายการบริหารงานของสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.11) หรือเอ็นบีที โดยกลับไปใช้ระบบเช่าเวลา แทนการร่วมผลิตกับเอกชน เพราะที่ผ่านมาระบบร่วมผลิตทำให้ราชการได้ประโยชน์น้อยกว่าระบบเช่าเวลา

ทั้งนี้ คาดว่าจะปรับเปลี่ยนได้อย่างเต็มรูปแบบ หลังจากหมดสัญญากับเอกชนที่ร่วมผลิตรายการข่าวกับช่อง 11 ในเดือนมี.ค.นี้

น.ส.รัตนา เจริญศักดิ์ ผู้อำนวยการสทท.11 กล่าวว่า ที่ผ่านมาระบบร่วมผลิตกับเอกชนมีปัญหาค่อนข้างมาก เพราะเอกชนไม่ยอมจ่ายค่าร่วมผลิต ทำให้มีรายได้เข้ามาน้อย ขณะที่สถานีต้องเป็นคนจ่ายทั้งค่าเช่าอุปกรณ์ ค่าผลิตบางส่วนเอง ทำให้ต้นทุนสูงมาก

ทั้งนี้ ช่อง 11 ได้ปรับระบบเป็นเช่าเวลาตั้งแต่การปรับผังใหม่ เริ่มตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา และได้รับความร่วมมือจากผู้เช่าอย่างดี เป็นการทำสัญญาทุก 3 เดือน ตามระยะเวลาการปรับผังในปีนี้ที่จะดำเนินการทุก 3 เดือน ปัจจุบันเกือบทุกรายการใช้ระบบเช่าเวลาทั้งหมด เหลือเพียงรายการข่าวที่ยังใช้ระบบร่วมผลิต เนื่องจากบุคลากรของช่อง 11 ยังไม่พร้อม จากเดิมจะมีสัดส่วนรายการร่วมผลิตมากกว่า 50%

“อนาคตอาจนำระบบร่วมผลิตมาใช้ได้อีก แต่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎระเบียบมากกว่าที่ผ่านมา ซึ่งผู้ร่วมผลิตไม่ยอม จ่ายเงิน และทำให้ราชการต้องเสียประโยชน์” น.ส.รัตนา กล่าว

สำหรับการปรับผังรายการใหม่ของช่อง 11 ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เน้นการเป็นสถานีโทรทัศน์เพื่อความรู้สำหรับเด็ก เยาวชน และกีฬา โดยเพิ่มรายการเด็กตั้งแต่ เช้าวันเสาร์-อาทิตย์ จนถึง 12.00 น. และช่วงเย็นเวลา 17.00-18.00 น. ก่อนเข้าข่าวภาคค่ำ

นอกจากนี้ จะเพิ่มรายการกีฬาทุกเย็นวันเสาร์-อาทิตย์ ก่อนจะถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกอย่างเป็นทางการที่เริ่มเดือนมี.ค.นี้ และจะร่วมถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก กับบริษัท อาร์เอส ในช่วงกลางปีนี้ด้วย

น.ส.รัตนา กล่าวด้วยว่า ในปีนี้กรมประชาสัมพันธ์จะพัฒนาโครงการโทรทัศน์ดาวเทียมอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาจจะมี 3 ช่องรายการ แบ่งตามรายภาค เช่น ภาคใต้ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ และภาคเหนือ ซึ่งปัจจุบันสำนักประชาสัมพันธ์เขต 5 จ.สุราษฎร์ธานี ได้ออกอากาศ รายการของตัวเอง ตั้งแต่ 06.00-18.00 น. โดยไม่ได้รับรายการ จากส่วนกลางแต่อย่างใด

Posted via email from Poomjit’s posterous

Family Problem (Joke)

No Comments Blog

Two men, one American and an Indian were sitting in a bar drinking shot after
shot.

The Indian man said to the American, "You know my parents are forcing me to
get married to this so called homely girl from a village whom I haven't even
met once." We call this arranged marriage. I don't want to marry a woman whom
I don't love… I told them that openly and now have a hell lot of family
problems."

The American said, "Talking about love, marriages… I'll tell you my story. I
married a widow whom I deeply loved and dated for 3 years. After a couple of
years, my father fell in love with my step-daughter and so my father became my
son-in-law and I became my father's father-in-law.

Legally now my daughter is my mother and my wife my grandmother. More problems
occurred when I had a son. My son is my father's brother and so he is my
uncle. Situations turned worse when my father had a son. Now my father's son
i.e. my brother is my grandson. Ultimately, I have become my own grandfather
and I am my own grandson.

And you say you have family problems…. Gimme a break!"

Posted via email from Poomjit’s posterous

ทีมการเมืองไทยรัฐ : การเมืองปี 53 “จากวิกฤติ-สู่กลียุค”

No Comments Blog
การเมืองปี 53 "จากวิกฤติ-สู่กลียุค" Pic_56365

ศักราช "วัวบ้า 2552" ร้างลากันไปเสียที 1 ปีเต็มๆกับอาการ เรี่ยราดไปด้วยความร้าวฉาน-แตกแยกเบิกบานแบ่งฝักแบ่งฝ่าย

ขั้ว "ประชาธิปัตย์" พลิกกลับมาจัดตั้งรัฐบาลท่ามกลางนิยาม "ทรยศเพื่อชาติ"

พรรค ร่วมรัฐบาลเดิม 5 พรรค "ภูมิใจไทย-ชาติไทยพัฒนา-เพื่อแผ่นดิน-รวมใจไทยชาติพัฒนา-กิจสังคม" สลัดขั้ว "นายใหญ่" ใส่พานปรากฏตำนานฝักถั่ว

สอยมะม่วงดิบอย่าง "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ มาบ่มแก๊สขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27

บน ปรัชญา "ประชาธิปัตย์พอเพียง" ผสมผสานกับโมเดล "พี่นี้มีแต่ให้" ของผู้จัดการรัฐบาลอย่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แม่บ้านประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีในปัจจุบันตั้ง ครม. "มาร์ค 1" แบบมึงมั่งกูมั่ง

แกน นำรัฐบาลคว้ามาได้ครึ่งเข่ง 18 ที่นั่ง อย่างไม่สมศักดิ์ศรี ชนิดไม่มีทางเลือก 18 เก้าอี้ที่เหลือ ก็ต้องเผื่อแผ่ไปตามออเดอร์คุณขอมา

เข้า ตำราไม่แจกก็จบ แต่หากย้อนกลับไปดูในพรรคประชาธิปัตย์ก็เกิดอาการไม่สงบ เพราะผู้จัดการรัฐบาลถูกตบตำแหน่งไปแทบหมดหน้าตัก ลูกหาบที่ตกรถไฟขบวนสุดท้ายก็เลยออกมาทวงสัญญา อาการร้าวลึกก็โผล่ออกมาปรากฏให้เห็น

ถึงขนาดมุบมิบมาใช้ "กระทรวงการต่างประเทศ" เป็นที่แถลงนโยบายรัฐบาลเพราะรัฐสภาถูก "คนเสื้อแดง" ล้อมกรอบ แต่สุดท้าย "รัฐบาลมาร์ค 1" ก็รอด "ตีนตบ" เฉิดฉายเป็นรัฐบาลได้ในที่สุด

ท่ามกลางปรากฏการณ์อารมณ์เปลี่ยนสี

เหลืองแฮงค์-แดงเฮี้ยว!!!

ร่องรอยที่ข้างต้นบ่งบอกถึงสภาพการ เมือง ที่ยังไม่หลุดวงโคจรของเกมต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง อาการทะเลาะเบาะแว้ง ยังดำเนินต่อไป

โฟกัส ไปที่ 6 เดือนแรก เรื่องทุจริตก็บานฉ่ำท้าทาย "กฎเหล็ก 9 ข้อ" ของนายกฯอภิสิทธิ์ นั่นก็คือกรณีปลากระป๋องเน่าของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จนนายวิฑูรย์ นามบุตร เจ้ากระทรวงต้องหลุดจากเก้าอี้

นอกจากนั้น ก็ยังมีโครงการเช่ารถเมล์ เอ็นจีวี 4 พันคัน หรือที่ทั่วไปเรียกกันติดปากว่าเมล์ฉาวของกระทรวงคมนาคม ที่นายเนวิน ชิดชอบ ขาใหญ่แห่งค่ายภูมิใจไทยหมายมั่นปั้นมือ ให้ผ่านโดยหวังผลหลายประการกับโครงการนี้

แม้จะลดล้างสต๊อกมูลค่า โครงการนับครั้งไม่ถ้วนใน ครม. จากแสนกว่าล้าน เซลราคามา 50% เหลือ 6.6 หมื่นล้าน แต่ก็โดนนายอภิสิทธิ์หักเหลี่ยมให้สภาพัฒน์ไปศึกษาว่าจะเช่าหรือซื้อ ลูบคมกันเห็นๆ

ขณะที่ 6 เดือนหลังวิกฤติผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่บานกันไม่หุบข้ามปี นายอภิสิทธิ์เมิน "ซิกพิเศษ" จนนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทนอาการ "เด็กดื้อ" ไม่ไหว ต้องไขก๊อกอำลา

เขยิบมาที่รัฐสภาจากซากเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาลนาย อภิสิทธิ์ เมื่อเจอกับอิทธิฤทธิ์ของพรรคฝ่ายค้านที่มองทะลุจุดอ่อน จึงตอกย้ำสถานะรัฐบาลไร้เสถียรภาพ เปิดเกมตีรวนตบหน้าพากันทำองค์ประชุมล่มทุบสถิติ 10 หนในหนึ่งสมัยประชุม เละเทะอวดชาวโลก

และเมื่อไปมองถึงปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านที่เครือข่ายนายใหญ่ "ทักษิณ ชินวัตร" เปิดยุทธการโลกล้อมประเทศไทย

ผนึก กำลังกับสมเด็จฮุน เซน นายกฯเขมร ผู้ซึ่งเป็นระดับตำนานโลกรุมถล่ม "เด็กดื้อ" ชื่ออภิสิทธิ์ ก็เล่นเอาเซแซดๆไม่เป็นท่ารู้ราคาละอ่อนการเมือง

อีกทั้ง 6 เดือนนี้ กรณีทุจริตคอรัปชันก็ยังเบ่งบานปากมันกันตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ กินยุบกินยิบ

น่ากังขาสารพัด ไล่ตั้งแต่ชุมชนพอเพียงที่เถียงกันไม่รู้จบ ไหนจะโปรเจกต์ไทยเข้มแข็ง-ต้นกล้าอาชีพ

แม้แต่โครงการไทยสามัคคีไทยเข้มแข็ง เกณฑ์ชาวบ้านมาร้องเพลงชาติตอน 6 โมงเย็น ยังเป็นไปกะเขาด้วย

จุด ตายเหล่านี้เป็นผลทำให้ รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เกิดสภาพง่อนแง่น บวกกับการเมืองนอกสภา พะยี่ห้อ "คนเสื้อแดง" ที่ตั้งหน้าตั้งตาเขย่าบัลลังก์รัฐบาล

ตั้งแต่ล้มประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่เมืองพัทยา ทุบรถไล่ล่านายกฯที่กระทรวงมหาดไทย เปิดสงครามตามรอยยุทธการแดงเดือด

วิกฤติต่อเนื่องลากยาวมาถึงศักราชใหม่ 2553 ปีที่น่าจะได้ ฉายา "เสือลำพอง"

ทีม ข่าวการเมืองไทยรัฐมองว่า สถานการณ์การเมืองแห่งปีเสือลำพองจะเป็นการเมืองที่อยู่ใน "เขาวงกต" จะพบหนทางออก 3 ประตู และมันจะเป็น 3 ประตูที่ตัดสินอนาคตประเทศไทย

ประตูที่ 1 เป็นประตูที่มีการเปิดช่องทางการเจรจากันอย่างจริงจัง ในระดับคีย์แมนผู้คุมเกมอำนาจของประเทศ

หาก เจรจาเป็นผลสำเร็จ "ทักษิณ" จะได้เหยียบแผ่นดินสยามเดินทางกลับประเทศ เพื่อเข้าสู่กระบวนการชำระสะสางคดีความที่คาราคาซังอยู่ เงินก้อนมหึมา 7.6 หมื่นล้านบาท ที่ถูกยื่นเงื่อนไขห้ามยึดมหาสมบัติที่ได้มาก่อนนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

ถ้าตกลงตามนี้แดงจะเย็น ทักษิณก็จะยอม

ส่วนประตูที่ 2 ขึงพืดประเทศไทย "ซ้ายเจรจา-ขวาทำลายล้าง"

ประตู สุดท้าย…การเจรจาล่ม การเมืองไทยจะเดินไปสู่จุดจบ สงครามนอกสภาจะถูกขุดขึ้นมาเล่นทุกรูปแบบ รุนแรงและเร่าร้อนเลือดนองแผ่นดิน เพราะไม่มีสงครามใดไม่เสียเลือดเนื้อ!!!

ไคลแมกซ์ของเรื่อง ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐทุบโต๊ะเปรี้ยงว่า มันจะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมเป็นต้นไป

แดงก่อหวอดชุมนุมใหญ่ระดมพลมาจากทั่วทุกหัวระแหง แดงทั้งแผ่นดินเปิดยุทธการขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ชน

ด้วย "นายใหญ่" จะใช้ฐานบัญชาการ ณ กรุงพนมเปญ กัมพูชา เป็นป้อมค่ายกระจายกองกำลัง 4 จุดใน 4 จังหวัด ระดมทัพแดงไพร่พลเต็มพิกัดเป้าหมายรัฐบาลไม่ล้มไม่เลิก

สอดรับกับพรรคเพื่อไทยจะยื่นซักฟอกรัฐบาลทั้งคณะ นวดกันให้น่วมจุดกระแสตีกลับทุจริตคอรัปชัน ไร้ภาวะผู้นำ บริหารประเทศล้มเหลว

เดิมพันด้วยการยุบสภาสถานเดียว!!!

เมื่อ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนล้มกระดานเพื่อ "เลือกตั้งใหม่" คือเป้าหมายสูงสุดของนายใหญ่และพรรคเพื่อไทย เช็กกระแสกวาดตาดูกระสุนทีมงานทักษิณ…ฟันธง!

หลังเลือกตั้งอย่างเลวที่สุด พรรคเพื่อไทยจะกวาดที่นั่งอย่างต่ำ 230 เสียง และเป็นไปได้สูงที่จะประกาศชัยชนะจัดตั้ง รัฐบาลพรรคเดียว

วิกฤติ ก็จะถูกพลิกให้เป็นโอกาสกลับมากุมทั้งอำนาจการเมืองและอำนาจต่อรอง นั่งบี้สิวรอวัดใจกลุ่มอำนาจพิเศษที่ค้ำถ่อบัลลังก์พรรคประชาธิปัตย์จะเกี้ย เซียะอีท่าไหน

เมื่อถึงบรรทัดนี้ กะพริบตาไม่ได้กับการก้าวเข้ามามีบทบาท การเมืองอีกรอบของ "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่มานั่งเป็นประธานพรรคเพื่อไทย

เบื้องหน้า เบื้องหลังอย่างนี้ กลุ่มอำนาจเก่าตั้งแต่พรรคไทยรักไทย-พลังประชาชน รวมทั้ง "แดงแท้" จับไต๋ไม่ยาก… แน่นอน "บิ๊กจิ๋ว" ไม่ใช่ ฉก.รับงานจาก "ทักษิณ" แต่มีออเดอร์ พิเศษมาจากกลุ่มอำมาตย์

ที่รีแบรนด์ดิ้งวาง ตัว "บิ๊กจิ๋ว" ให้มาเป็นโซ่ข้อกลางนำการเมืองไปสู่โมเดล "รัฐบาลแห่งชาติ" โดยอาศัยการขับเคลื่อนของกลุ่มเครือข่ายทหารรุ่นเก๋าอย่าง

พล.อ. พัลลภ ปิ่นมณี พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา และกลุ่ม ตท.10 คอยเป่านกหวีดบัญชาการรบตามความถนัดเฉพาะตัว

ลืมเสียมิได้สำหรับชีวประวัติอดีตทหารยังเติร์กอย่าง "เสธ.นูญ" หัวเรี่ยวหัวแรงรวมรุ่นยกกำลัง

กดดันให้ "อินทรีบางเขน" พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ลงจากเก้าอี้นายกฯ แล้วดัน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน

และ วันนี้ในทางลับ พล.ต.มนูญกฤติก็กำลังย้อนยุคกับอดีตที่หวานชื่น แตะมือกับทหารยังเติร์กในกองทัพ ระดับผู้บังคับกองพัน ปัดฝุ่นย้อนยุคไปเหมือนสมัยนายกฯเกรียงศักดิ์ จน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ต้องรีบออกมาสยบอาการแตกแถวของกลุ่มยังเติร์ก

ยังไม่รวมถึง "นักรบดำ" ที่เล่าขานกันมารุ่นต่อรุ่นยก "บิ๊กจิ๋ว" เป็นถึง "บิดาทหารพราน" ซึ่ง "เสธ.แดง" พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ขนมาเป็นการ์ดให้คนเสื้อแดงเมื่อวันรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ขุมข่าย "สีเขียวแกมน้ำเงิน" อีกกลุ่มที่กุมอำนาจอยู่ในกองทัพ แม้ภาพภายนอกยังดูสงบ แต่เมื่อเอกซเรย์ตับไตไส้พุงก็ง่วนอยู่กับการชิงไหวชิงพริบ ชิงจังหวะได้เปรียบจากรอยร้าวในกองทัพ

ละครการเมืองอีกฉาก ที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองกำลังสวมบทผู้กำกับละคร ก็มีพล็อตเรื่องมาจากเรื่องจริงทั้งหมดมีอยู่ว่า

สถานการณ์ บ้านเมืองอยู่ระหว่างเขาควายนี้ ความขัดแย้งภายในประเทศได้ถลำลึกเกินไปแล้ว จึงมีการส่งสัญญาณไปยังผู้ใหญ่ที่มีบารมีทั้งหลายให้แสดงความเป็นกลาง

ให้ต่างคนต่างถอย

จะ เห็นได้จากปรากฏการณ์ 2 องคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ออกมาแสดงท่าทีพร้อมจะเปิดอกคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในทุกเรื่อง

สอด คล้องกับข้อมูลว่ามีบุคคลระดับสูงบินไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงนครดูไบ แม้ข้อต่อรองแต่ละฝ่ายยังสูง แต่ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะเปิดฉากเจรจากัน

แต่ดูท่าที ทั้งจากฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ออกมาขวางลำคัดค้านเต็มที่ มีเงื่อนไขพิเศษที่ต้องการให้ฝ่ายตัวเองกุมความได้เปรียบสูงสุดก่อน

มีการเดินเกมจากฝ่ายประชาธิปัตย์ เจรจาต่อรองกับพรรคร่วมรัฐบาล ขอให้จับมือมัดข้าวต้มยืดอายุรัฐบาลไปให้ถึงเดือนตุลาคม

ด้วย เงื่อนไขเดียวคือ ต้องการจัดระเบียบส่วนหัวของกองทัพใหม่ แทน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ถูกมองว่าเป็นสีน้ำเงินเต็มตัว โดยคนมาแทนมีเพียงหนึ่งเดียว คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ.

เมื่อเกมเดินตามสูตรนี้ ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มพันธมิตรฯ จะมีตัวแปรสำคัญที่ทำให้ฝ่ายตัวเองเป็นผู้คุมเกมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

ไม่ ว่าจะถูกเกมการเมือง ทั้งในสภาและนอกสภา บีบให้ยุบสภาล้างไพ่กันใหม่ ก็ไม่มีปัญหา เพราะคนที่กุมปลายกระบอกปืนร้องเพลงเดียวกันแล้ว

บวก กับเสบียงกรังสำหรับสู้ศึกเลือกตั้ง ที่ชักเปอร์เซ็นต์มาจากงบฯปกติ ปี 53 และเงินนอกงบประมาณ จึงเป็นการอัดแน่นไปด้วยพลังอำนาจ และกระสุนดินดำชั้นดี

เกม "ลับ ลวง พราง 2"

เพราะ ตอนนี้ขั้วอำนาจพิเศษได้เปลี่ยนเกมเล่น จากบทเดิมการเมืองนอกสภา มาสู่การเมืองในสภา ที่มีพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายอภิสิทธิ์ เป็นหมากเดิน

จะ อย่างไรก็ตาม บทแห่งละครการเมืองจะถูกประพันธ์ให้ดูเลิศหรูอย่างไร ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐก็ยังขอบอกว่า ศักราช 2553 จะเป็นเด๊ดล็อกการเมือง สถานการณ์จะรู้ดำรู้แดง

ฝ่ายค้าน-ทักษิณ-เสื้อแดงจะทำทุกรูปแบบเพื่อ น็อก "รัฐบาลอภิสิทธิ์" บีบจนหน้าเขียว เพื่อให้เลือกอนาคตทางการเมือง ไม่ลาออกก็ต้องยุบสภา

นวดกันจนน่วมแล้วทุบให้หมดสภาพ หมดสิทธิบริหารประเทศ ไร้ความชอบธรรมจนฝ่ายที่ค้ำบัลลังก์ประชาธิปัตย์รับสภาพเด็กปั้นไม่ได้

สุดท้ายจะเกิดสุญญากาศ พรรคร่วมรัฐบาลสวิงขั้ว พลิกมาหนุนพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลอีกรอบโหวตคว่ำนายอภิสิทธิ์ตกเก้าอี้กลางสภา

พรรคเพื่อไทยตอนนี้จึงง่วนอยู่กับการแต่งองค์ทรงเครื่อง ว่าที่ "นายกรัฐมนตรี" ตามคุณสมบัติรัฐธรรมนูญต้องเป็น ส.ส.เท่านั้น

ชื่อแรก พล.อ.ชวลิต

2 ส.ส.นครพนมพร้อมลาออกให้ "บิ๊กจิ๋ว" ลงเลือกตั้ง

แต่ หากพลิกล็อกมีชื่อที่ 2 เตรียมไว้ "อินทรีอีสาน" พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน พร้อมเปิดหวอมานั่งรอแต่ไก่โห่

แต่เซียนอย่างประชาธิปัตย์พรรคเก่าแก่แค่มองตาก็รู้ใจ การเมืองแบบไทยๆไม่มีทางตัน คงดันทุรังยุบสภาวัดดวง

ที่ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ เรื่องอะไรจะใส่พานประกาศลาออกกลางสภา

กลับ ไปลุ้นกันใหม่ในสนามเลือกตั้ง ดีกว่ามานั่งเกาคางอยู่ข้างบ่อน เพราะโดนปฏิวัติ แต่เลือกตั้งใหม่ก็แค่ต่อลมหายใจไฟยังคงสุมขอนรอวันปะทุ

ทัพเหลือง-ทัพแดงต่างรอเลือกข้าง หนีไม่พ้นมวลชนปะทะมวลชน

นำไปสู่วิกฤติซ้ำซากจนเกิด "กลียุค" ครั้งใหญ่.

"ทีมการเมือง"

http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/56365

Posted via email from Poomjit’s posterous

..จาก พ.ศ.2499 คอมมิวนิสต์ลาดยาว ถึง พ.ศ.2552 สังคมประชาธิปไตย?

สำหรับคนที่ไม่เคยทราบมาก่อน ขอท้าวความนิดเดียวว่า พ่อ ครั้งหนึ่งเคยถูกจับยัดข้อหา “คอมมิวนิสต์” เมื่ออายุ 19 ปี ในปี พ.ศ. 2499 โดยปราศจากการสอบสวน และถุกจับไปกุมขังที่คุกที่ชื่อว่า “ลาดยาว” หรือที่พวกท่านและเพื่อนขนานนามกันว่า มันคือ “มหาวิทยาลัยชีวิต – มหาวิทยาลัยลาดยาว” พ่อ ถูกขังอยู่ 4 พุทธศักราช แต่รวมระยะเวลาเกือบ 2 ปีกว่าเท่านั้น ก็ได้รับการปล่อยตัวเงียบ

ก่อนหน้าที่จะได้มีโอกาสไปร่วมวงไพบูลย์กับพ่อและผองเพื่อนวันนี้ เกิดมาจากว่า พ่อ ได้พบเพื่อนเก่าท่านหนึ่ง – คุณชเลง

คุณชเลง
คุณชเลง

และได้หยิบยืมหนังสือชื่อว่า “คอมมิวนิสต์ลาดยาว” ที่เขียนโดยอีกหนึ่งของคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์ – คุณทองใบ ทองเปาด์

คอมมิวนิสต์ลาดยาว
คอมมิวนิสต์ลาดยาว

หนังสือเล่มนี้ มีหลายตอนที่เขียนเล่าถึง พ่อ แต่สิ่งที่ทำให้มันเป็นสื่อกลางก็เพราะ เมื่อเราได้เห็นหนังสือ (เพราะพ่อเอามาอวด) ก็เลยขอยืมมาถ่ายรูปขึ้นเว็บก่อน ทำให้คุณชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี เห็นภาพ และได้บอกกล่าวต่อคุณทองใบ ทองเปาด์ ผลคือ จากเครือข่ายใยแมงมุม ทำให้เพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันมานานหลายสิบปี ได้มีโอกาสมาพบหน้ากันในวันนี้ – วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2552

ในความตลกนิดๆ ของเราก็คือ ผู้สูงอายุเขาจะมีความกระตือรือล้นต่อการนัดหมายมาก พ่อกระวนกระวาย นัดเที่ยง แต่ย้ำเตือนเวลานัดหมายกับเราตั้งแต่ 9 โมงเช้า ปรากฏว่า คุณทองใบ เป็นคนแรกที่ไปถึง และไปถึงตั้งแต่ 11.30 น. (ก่อนเวลานัดตั้งครึ่งชั่วโมง) พ่อบ่นใหญ่ หาว่าไปทำให้เพื่อนเขารอ เราก็ต้องบอกว่า เพื่อนพ่อตะหาก ไปก่อนเวลาตั้งนาน

คุณทองใบ และ คุณสมหวัง
คุณทองใบ และ คุณสมหวัง

มาถึง ก็นั่งคุยเรื่องเก่าๆ เริ่มจาก “คุณเปลี่ยนไปเยอะนะ” (คุณทองใบทักพ่อ) และ “คุณยังดูเหมือนเดิมเลย” (พ่อทักคุณทองใบ) สำหรับเราฟังดูตลกๆ แต่เข้าใจได้ คนไม่เจอกันเป็นสิบๆ ปี อายุก็ปูนนี้กันแล้วจะให้เหมือน หนุ่มน้อยอายุ 19 อยู่ได้อย่างไร ตามภาพนี้ คุณทองใบอายุ 83 ปีแล้ว และพ่ออายุ 71 ปี คุณทองใบหันมาบอกว่า “พ่อคุณเป็นพวกกลุ่มเยาวชน (หมายถึงในยุคนั้น)”

ต่อมาเพื่อนๆ พ่อค่อยๆ ทะยอยมา ขณะเดียวกัน อาหารกลางวันก็เริ่มเสริฟ จากนั้น เกร็ดต่างๆ ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนจากปากพ่อ ก็ได้ยินจากปากเพื่อนพ่อแทน เช่น

“คุณรู้ไหม (คุณทองใบหันมาบอก) พวกพ่อคุณเนี่ย กินเนื้อหมา ไอ้เราก็นึกว่า จะไปขอลูกหมามาเลี้ยง ที่ไหนได้ จะเอามากินกัน (แล้วหันไปถามพ่อ) ใครนะเป็นคนปรุงน่ะ กลุ่มพวกคุณนี่ล่ะ ชื่ออะไรนะ ยังมีชีวิตอยู่ไหม (พ่อตอบชื่อมา เป็นชื่อจีน และบอกว่า ตายไปแล้ว)”

พ่อแก้ตัวว่า ในคุกมันไม่มีอะไรกิน ก็หลับหูหลับตา เขาทำมาแล้วชวนให้กิน ก็ต้องกินไม่มีสิทธิเลือก พ่อมาบอกทีหลังว่า คนอยู่ในนั้น อดอยากมาก เพราะถูกจับเหมารวมมาจำนวนมาก อาหารการกินอัตคัต ซึ่งบนโต๊ะอาหารวันนี้ ทุกคนต่างยืนยันถึงความลำบากกับเรื่องอาหารที่ไม่พอกิน

พ่อเล่าอีกว่า “ข้าวในนั้นแย่มาก” (เพื่อนของคุณชวนที่ไม่เคยเข้าลาดยาวก็สงสัยว่าทำไม) พ่อก็ตอบว่า “พ่อค้าขี้โกง เพื่อจะเพิ่มน้ำหนักข้าวสาร ก็เลยเอาทรายปนข้าว ทำให้ได้น้ำหนัก ฉะนั้น เมื่อหุงกิน มันจึงเป็นการกินข้าวปนหิน ปนกรวดตลอด”

พ่อก็บ่นต่อ “เนื้อ ก็เรียกยางรถยนต์” เป็นต้น

พอบ่นเรื่องอาหารพอหอมปากหอมคอ ก็เริ่มคุยกันใหม่ ทำไมคุณโดนจับ คุณทองใบก็สงสัยพ่อ ทำอีท่าไหน จึงโดนหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ (ตอนนั้นพ่อเป็นครูจีน สอนภาษาจีนในโรงเรียนจีนแห่งหนึ่ง) คุณทองใบบอกว่า ตอนคุณ (พ่อ) โดนจับเนี่ย เป็นข่าวใหญ่เลยนี่ ข่าวครึกโครมมาก ลงข่าวประมาณจับหัวหน้าผู้ก่อการคอมมิวนิสต์ได้เลย (ขนาดดังขนาดนั้น – แต่เราเพิ่งรู้แฮะ)

เรื่องราวที่คุยมีเยอะมาก ตั้งแต่เรื่องกระจุกกระจิก เรื่องกฏหมาย ลัทธิความเชื่อทางการเมือง จีนเก่าและจีนใหม่ การจับกุมที่ผิดหลักสิทธิมนุษยชน จนมาถึงการเมืองยุคนี้ คุยกันวนไปเวียนมา แต่หัวข้อขาดไม่ได้ก็คือ ยังนับไล่นิ้วอยู่ว่า ใครยังมีชีวิตอยู่ และใครเสียชีวิตไปแล้ว

ในตอนหนึ่ง คุณทองใบ หันมาบอกว่า คุณจินตนา (ผู้หญิงอีกท่านที่ถูกจับข้อหาคอมมิวนิสต์)

คุณจินตา
คุณจินตา

คุณจินตนา หลังออกจากลาดยาว ก็เข้าป่า อยู่ป่าเป็นปี แล้วก็เข้าไปที่รัสเซีย อาศัย ทำงาน และใช้ชีวิตที่นั่นร่วม 22 ปี ในฐานะสื่ออีกท่านหนึ่ง – ปัจจุบันท่านอายุ 81 ปีแล้ว พูดตามจริง นึกไม่ออกว่า ทำไมท่านจึงโดนเหมาจับไปได้ ดูเป็นผู้หญิงที่สุภาพ พูดจาไพเราะ แต่อาจเพราะความที่เป็นนักหนังสือพิมพ์ จึงโดนกวาดล้างไปด้วยกระมัง

คุณมนัส ถูกจับต้องสึกจากความเป็นพระ ในขณะนั้นมีพระถูกจับ 11 รูป

คุณชวน ถูกจับเพราะเป็นนักหนังสือพิมพ์จีน

แต่น้าเขยคุณประสิทธิ์ถูกจับเพราะอะไรไม่ได้ถาม (เป็นญาติกันเลยไม่เคยถาม ใกล้เกลือกินด่าง)

อายุรวมๆ ผู้มางานนี้ คือ 71-83 ปี (ไม่นับเพื่อนคุณชวนซึ่งไม่ใช่ศิษย์เก่าลาดยาว) ได้แก่ คุณมนัส (เราลืม), คุณทองใบ (83 ปั), คุณชเลง (เราลืม), คุณชวน (80 ปี), คุณจินตนา (81 ปี), คุณประสิทธิ์ (เราลืม) และพ่อ (71 ปี) – พ่ออ่อนสุดในกลุ่มวันนี้

ก่อนจาก เราขอให้ทุกท่านถ่ายรูปร่วมกัน ดูพ่อจะมีความสุขมากค่ะวันนี้

ภาพหมู่ศิษย์เก่า
ภาพหมู่ศิษย์เก่า

สำหรับรูปเก่าในมหาวิทยาลัยลาดยาว ดูเพิ่มได้ที่ มหาวิทยาลัยลาดยาว

Greeting in a very busy week

No Comments Blog, Politics

Thanks to all you guys who visited my site and left me a lot of nice comment.

Also some of you dropped me messages to urge me to update my blog.  I’m soooooo sorry that I’ve been so lazy blogger. 🙁  Anyway, still have to say thanks, thank you to everyone for the patient.

Recently, the current hot issues in Thailand are about our ex-Prime Minister – Dr. Thaksin (again? yes…)  It is because the PM of Cambodia (Hun Sen) hires Mr. Thaksin to be his personal consultant.  This incident creates a lot of debates in Thailand, you might be able to imagine it.

Then, the following week, Times Online released an interviewing to Mr. Thaksin.  And it is kind of very political issue, including breaking the Thai law – LM (Lese Majeste).

No one knows what it will be in the near future.  What I can only say is that we are in trouble.

Please bless for us.

Long Time

1 Comment Blog

I have been very busy with millions of thing so that I can’t concentrate on updating my blog as ever.

There are some visitors inform me to update my blog. I think I will try my best. Thanks for all encouragement. Thanks to all you guys.

Smile. 🙂

Top 10 spam-friendly registrars named and shamed

KnujOn’s top ten spam-related registrars is as follows. The ranking is based on a variety of factors including the amount of spam associated with a registrar’s domains and the percentage of the registrar’s domains linked to spam.

1. Xinet

2. eNom

3. Network Solutions

4. Register.com

5. Planetonline

6. RegTime

7. OnlineNIC

8. SpotDomains

9. Wild West Domains

10. Hichina Web Solutions

Source : Top 10 spam-friendly registrars named and shamed

Top 10 Online Tools to Connect With the Obama Administration

3 Comments Politics , ,

Sites that Obama and his administration control:

  1. Whitehouse.gov
  2. Change.gov
  3. MyBarackObama.com
  4. USA Service
  5. Presidential Inauguration Committee
  6. USA.gov

    Sites Obama Does Not Control:

  7. Change.org’s Ideas for Change in America
  8. ObamaCTO
  9. The Sunlight Foundation and any of their projects
  10. For techies. The New York Times Congress API

Source : http://mashable.com/2009/01/19/barack-obama-administration/

Follow

Get every new post delivered to your Inbox

Join other followers

Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 3.0 Thailand
This work by Moui is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 3.0 Thailand.
%d bloggers like this: