Tag: จิตร ภูมิศักดิ์

เกียรติยศที่ได้รับเมื่อชีวิตไร้ลมหายใจ – รางวัลพานแว่นฟ้า สำหรับ จิตร ภูมิศักดิ์

พ่อไปเจอเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกับ จิตร ภูมิศักดิ์ ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ในงานวันเกิดจิตรครบ 82 ปี ในคราวนี้ พ่อ นัดพบกับเพื่อนเก่าๆ หลายคน ได้พบปะ พูดคุย และได้พบกับคนรุ่นหลังที่ยังสนใจใคร่รู้จัก จิตร ภูมิศักดิ์ ผ่านบุคคลที่รู้จัก จิตร ยามมีลมหายใจ ยามที่มีตัวตน และสามารถสร้างสรรค์ผลงานทิ้งไว้จำนวนมาก คงอยู่และต่อมากลายเป็นมรดกสำคัญให้กับคนรุ่นหลังได้รู้จักสังคมอันกดขี่ในสมัยนั้น

แต่ในงวดนี้ มีเหตุการณ์พิเศษเพิ่มเติมมาอีกนิด เมื่อ คุณป้าจินตนา เพื่อนร่วมรุ่นจิตรอีกท่าน แจ้งให้ทราบว่า ท่านได้เข้าไปตรวจทรัพย์สินในฐานะผู้ดูแลกองมรดกให้กับพี่สาวจิตร – คุณป้าภิรมย์ ภูมิศักดิ์ (มารดาจิตร มีบุตรเพียง 2 คน คือภิรมย์ และ จิตร เมื่อจิตรเสียชีวิตไปเสียแต่วัยหนุ่ม จึงคงเหลือเพียงพี่สาวผู้รับมรดก ส่วนใหญ่เป็นหลักฐาน เอกสารเก่า)  คุณป้าจินตนา ไปพบซองเอกสารที่รัฐสภาส่งถึงพี่สาวจิตร จึงถือวิสาสะเปิดอ่าน และพบว่ามันคือหนังสือเชิญรับรางวัลพานแว่นฟ้าเกียรติยศ และขออนุญาตนำลงานจัดพิมพ์ลงหนังสือ (ข่าวรัฐสภา : 23 ส.ค. 54 – คณะกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้า เลือกสรรวรรณกรรมการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้าเกียรติยศ 10 รางวัล เนื่องในวาระครบหนึ่งทศวรรษของรางวัลพานแว่นฟ้าในปี 2554 )

[dmalbum path=”/wp-content/uploads/dm-albums/Jit 82 yrs/”/]

รางวัลพานแว่นฟ้า เป็นรางวัลการประกวดผลงานเขียน วรรณกรรมการเมือง จัดโดยสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยและรัฐสภาไท เพื่อสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และให้ประชาชนได้ใช้เสรีภาพแสดงออกทางการเมืองและสืบสานวรรณกรรมการเมืองให้มีส่วนปลุกจิตสำนึกประชาธิปไตย จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2545 ในวาระครบรอบ 70 ปี ของรัฐสภา โดยได้จัดประกวดวรรณกรรมเรื่องสั้นการเมืองขึ้นเป็นครั้งแรก และในปี พ.ศ. 2546 ได้เพิ่มประเภทบทกวีการเมืองเข้าประกวดด้วย รวมทั้งแบ่งเป็นระดับนักเรียนและระดับประชาชน จนถึงปี พ.ศ. 2548 ได้ยกเลิกการแบ่งระดับไป การประกวดรางวัลพานแว่นฟ้าได้จัดต่อเนื่องกันมาทุกปี นับเป็นรางวัลทางวรรณกรรมที่ทรงอิทธิพลอีกรางวัลหนึ่งในยุคนี้

ในปี พ.ศ. 2554 อันเป็นปีครบรอบหนึ่งทศวรรษของรางวัลพานแว่นฟ้า คณะกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้า ได้พิจาณาเลือกสรรวรรณกรรมการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้าเกียรติยศ 10 รางวัล ได้แก่ ขอบฟ้าขลิบทอง ของ อุชเชนี หรือ ประคิณ ชุมสาย ณ อยุธยา คุณภาพชีวิต ปฏิทินแห่งความหวังจากครรภ์ถึงเชิงตะกอน ของ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ แด่ วัยดรุณของชีวิต ของ ทวีปวร หรือ ทวีป วรดิลก ทานตะวันดอกหนึ่ง ของ เสนีย์ เสาวพงศ์ หรือ ศักดิชัย บำรุงพงศ์ ธรรมาธิปไตย : หลักปฏิบัติศาสนาและศีลธรรม (ตัดตอนจาก คู่มือมนุษย์ ฉบับปฏิบัติธรรม) ของ พุทธทาสภิกขุ หรือ พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินทปัญฺโญ) นักกานเมือง ของ ลาว คำหอม หรือ คำสิงห์ ศรีนอก เปิบข้าว (ตัดตอนจาก วิญญาณหนังสือพิมพ์ คำเตือนจากเพื่อนเก่าอีกครั้ง) ของ จิตร ภูมิศักดิ์ หมาตำรวจ ของ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช อาชญากรผู้ปล่อยนกพิราบ ของ ดอกประทุม หรือ กุหลาบ สายประดิษฐ์ และเรื่อง อีศาน ของ นายผี หรือ อัศนี พลจันทร โดยการมอบรางวัลดังกล่าว เป็นการมอบให้กับผลงานของนักเขียนไทยในอดีตที่มีเนื้อหาสาระแสดงทัศนะหรือ สะท้อนประเด็นเกี่ยวกับประชาธิปไตยในสังคมไทยในอดีตและปัจจุบันได้อย่างลุ่ม ลึก หลากหลาย งดงาม สมควรเผยแพร่ให้เป็นแบบอย่างเพื่อปลุกเร้าหรือเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้รัก ประชาธิปไตยในสังคมไทย

(“รางวัลพานแว่นฟ้า” จากวิกิพีเดีย)

ในความที่โตมากับเรื่องราวของ จิตร ได้สดับรับฟังเรื่องของจิตรมาตั้งแต่ฟังความรู้เรื่องจนอายุไม่น้อยอีกแล้ว การให้รางวังครั้งนี้แด่ จิตร และผู้เกิดก่อนกาลที่จากไปแล้วในอดีตทั้งหลาย มันเหมือนน้ำหยดหนึ่งที่หยดลงแผ่นดินที่แห้งแตกระแหง จิตร และผู้จากไปอีกหลายๆ คนในอดีต จากไปพร้อมคำตราหน้าว่าเป็นโจรคอมมิวนิสต์ และตายอย่างคนไร้ญาติขาดมิตร สุดท้ายจึงปรากฏว่า เป็นเพียงเพราะคนที่คิดต่างกับผู้ปกครองผู้เหี้ยมโหดในเวลานั้น จึงต้องถูกกำจัด เป็นนักโทษการเมือง และแม้ทุกวันนี้ ก็ยังไม่เคยมีคำขอโทษใดๆ จากภาครัฐ

ได้แต่หวังเสมอว่า ไทยจะหยุดเหตุการณ์กล่าวหาแล้วกำจัดเสียที แต่เวลาผ่านไปจนจิตรตายไป 50 กว่าปีแล้ว เหตุการณ์ไล่ล่าแบบนี้ก็ไม่เคยจบสิ้น ไม่รู้ว่าสังคมไทยจะยอมรับคนที่คิดต่างและอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขได้ในวันไหน …

ผลงานที่คงอยู่ คือสิ่งที่เป็นอมตะสำหรับนักกวีท่านนี้ โดยเฉพาะบทที่โด่งดังมาก “เปิบข้าว”

เปิบข้าว

เปิบข้าวทุกคราวคำ………………จงสูจำเป็นอาจินต์
เหงื่อกุที่สูกิน……………………..จึงก่อเกิดมาเป็นคน
ข้าวนี้นะมีรส……………………….ให้ชนชิมทุกชั้นชน
เบื้องหลังสิทุกข์ทน……………….และขมขื่นจนเขียวคาว
จากแรงมาเป็นรวง………………..ระยะทางนั้นเหยียดยาว
จากรวงเป็นเม็ดพราว…………….ล้วนทุกข์ยากลำบากเข็ญ
เหงื่อหยดสักกี่หยาด………………ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น
ปูดโปนกี่เส้นเอ็น…………………..จึงแปรรวงมาเป็นกิน
น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง………………….และน้ำแรงอันหลั่งริน
สายเลือดกุทั้งสิ้น…………………..ที่สูซดกำซาบฟัน

จิตร ภูมิศักดิ์ จากงานกวีนิพนธ์ “วิญญาณหนังสือพิมพ์ คำเตือนจากเพื่อนเก่าอีกครั้ง”

(ที่มา : บันทึกไว้ในวงวรรณ (ภาค ๒) …..บทกวีเพื่อชีวิต……)

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ “เปิบข้าว” ของไทย : เปิบข้าว (จิตร ภูมิศักดิ์)

 

Moui

I'm not Geek, just a Thai internet addicted gal. Love to be surrounded by good heart people. Follow me on twitter : @moui or Facebook : PoomjitS

More Posts - Website

Follow Me:
TwitterFacebookPinterest

We are Thai. #ThailandOnly

วันนี้อ่านบทความออนไลน์ชื่อ′ความเป็นไทย+ความเป็นคน′ โดย เกษียร เตชะพีระ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 แล้วประทับใจบทกวีเก่า ขอคัดลอกบทกวีเหล่านั้น มาไว้เพื่ออ่านย้อนรำลึกเองอีกครั้งค่ะ Read More

Moui

I'm not Geek, just a Thai internet addicted gal. Love to be surrounded by good heart people. Follow me on twitter : @moui or Facebook : PoomjitS

More Posts - Website

Follow Me:
TwitterFacebookPinterest

บันทึกย่อเกี่ยวกับ จิตร ภูมิศักดิ์ กับคุณยุทธนา

เรื่องราวที่นำมาลง blog นี้ ลอกจากทวิตเตอร์เราเอง @moui ที่เกิดจากเหตุการณ์สองสามเหตุการณ์ ในช่วงสองสามวันนี้ค่ะ

(เนื้อหานี้ copy มาจาก twitter : @moui ซึ่งการเขียนเขียนให้เหมาะกับการทวิตแต่ละครั้งค่ะ)

หนังสือเสียง “ปฎิวัติชนชั้น” จิตร ภูมิศักดิ์ http://bit.ly/l9wvgD หรือ http://bit.ly/lumTPT (โหลดได้จาก 2 link)

ขออนุญาต เล่าเรื่องจิตร ภูมิศักดิ์ ที่เพิ่งรู้เพิ่มเติมมาสักนิด เมื่อหลายวันก่อน มีคนใช้ชื่อ “จิตร ภูมิศักดิ์” มาขอเป็นเพื่อนใน facebook Read More

Moui

I'm not Geek, just a Thai internet addicted gal. Love to be surrounded by good heart people. Follow me on twitter : @moui or Facebook : PoomjitS

More Posts - Website

Follow Me:
TwitterFacebookPinterest

วิชิตชัย อมรกุล หนึ่งในวีรชน ๖ ตุลา

โดย พิชิต  ลิขิตกิจสมบูรณ์

คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

วิชิตชัย อมรกุล…ชื่อนี้อาจไม่คุ้นหูผู้คนเลยสักนิด  เป็นใครบางคนที่สังคมไทยไม่รู้จัก แต่สำหรับศิษย์เก่าชาวเดือนตุลาคม ชื่อนี้คุ้นหูอย่างยิ่ง เป็นชื่อที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจและความทรงจำมิลืมเลือน

Read More

Moui

I'm not Geek, just a Thai internet addicted gal. Love to be surrounded by good heart people. Follow me on twitter : @moui or Facebook : PoomjitS

More Posts - Website

Follow Me:
TwitterFacebookPinterest

รำลึก 80 ปี จิตร ภูมิศักดิ์

คุณพ่อไปงาน รำลึก 80 ปีชาตกาล จิตร ภูมิศักดิ์

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2553 มา

ณ บริเวณลานอนุสรณ์สถานจิตร ภูมิศักดิ์

บ้านหนองกุง ตำบลคำบ่อ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร

จึงได้รับหนังสือที่รำลึกเล่มนี้มา ดิฉันเห็นว่ามีประโยชน์
นำเล่มที่ได้มานี้ สแกนแล้วเผยแพร่ให้ถึงวงกว้าง
จะได้เป็นประโยชน์ต่อทุกคนสืบต่อไป

80 Years of Jit Phummisak (รำลึก 80 ปีชาตกาล จิตร ภูมิศักดิ์)

Moui

I'm not Geek, just a Thai internet addicted gal. Love to be surrounded by good heart people. Follow me on twitter : @moui or Facebook : PoomjitS

More Posts - Website

Follow Me:
TwitterFacebookPinterest

มวลชนย่อมเป็นคน มิใช่ควายที่โง่งม (จิตร ภูมิศักดิ์)

มวลชนย่อมเป็นคน มิใช่ควายที่โง่งม
ทองแท้หรืออาจม เขาย่อมรู้กระจ่างใจ
ใครชั่วสกุลถ่อย จะถูกถุยทั้งเมืองไทย
รัศมีที่เรืองไกร จะสิ้นแววที่เคยงาม
รักเสือต้องรักศักดิ์ เยี่ยงพยัคฆ์สง่างาม
อย่าเพียงพยักตาม ต่อแส้เงินที่กวัดไกว
รักเพื่อนจึงเตือนมั่ง ถ้าไม่ฟังก็ตามใจ
ป้ายสีลาดโคลนไป เยี่ยงนักสู้แบบเฮงซวย

จิตร ภูมิศักดิ์

Moui

I'm not Geek, just a Thai internet addicted gal. Love to be surrounded by good heart people. Follow me on twitter : @moui or Facebook : PoomjitS

More Posts - Website

Follow Me:
TwitterFacebookPinterest

..จาก พ.ศ.2499 คอมมิวนิสต์ลาดยาว ถึง พ.ศ.2552 สังคมประชาธิปไตย?

สำหรับคนที่ไม่เคยทราบมาก่อน ขอท้าวความนิดเดียวว่า พ่อ ครั้งหนึ่งเคยถูกจับยัดข้อหา “คอมมิวนิสต์” เมื่ออายุ 19 ปี ในปี พ.ศ. 2499 โดยปราศจากการสอบสวน และถุกจับไปกุมขังที่คุกที่ชื่อว่า “ลาดยาว” หรือที่พวกท่านและเพื่อนขนานนามกันว่า มันคือ “มหาวิทยาลัยชีวิต – มหาวิทยาลัยลาดยาว” พ่อ ถูกขังอยู่ 4 พุทธศักราช แต่รวมระยะเวลาเกือบ 2 ปีกว่าเท่านั้น ก็ได้รับการปล่อยตัวเงียบ

ก่อนหน้าที่จะได้มีโอกาสไปร่วมวงไพบูลย์กับพ่อและผองเพื่อนวันนี้ เกิดมาจากว่า พ่อ ได้พบเพื่อนเก่าท่านหนึ่ง – คุณชเลง

คุณชเลง
คุณชเลง

และได้หยิบยืมหนังสือชื่อว่า “คอมมิวนิสต์ลาดยาว” ที่เขียนโดยอีกหนึ่งของคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์ – คุณทองใบ ทองเปาด์

คอมมิวนิสต์ลาดยาว
คอมมิวนิสต์ลาดยาว

หนังสือเล่มนี้ มีหลายตอนที่เขียนเล่าถึง พ่อ แต่สิ่งที่ทำให้มันเป็นสื่อกลางก็เพราะ เมื่อเราได้เห็นหนังสือ (เพราะพ่อเอามาอวด) ก็เลยขอยืมมาถ่ายรูปขึ้นเว็บก่อน ทำให้คุณชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี เห็นภาพ และได้บอกกล่าวต่อคุณทองใบ ทองเปาด์ ผลคือ จากเครือข่ายใยแมงมุม ทำให้เพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันมานานหลายสิบปี ได้มีโอกาสมาพบหน้ากันในวันนี้ – วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2552

ในความตลกนิดๆ ของเราก็คือ ผู้สูงอายุเขาจะมีความกระตือรือล้นต่อการนัดหมายมาก พ่อกระวนกระวาย นัดเที่ยง แต่ย้ำเตือนเวลานัดหมายกับเราตั้งแต่ 9 โมงเช้า ปรากฏว่า คุณทองใบ เป็นคนแรกที่ไปถึง และไปถึงตั้งแต่ 11.30 น. (ก่อนเวลานัดตั้งครึ่งชั่วโมง) พ่อบ่นใหญ่ หาว่าไปทำให้เพื่อนเขารอ เราก็ต้องบอกว่า เพื่อนพ่อตะหาก ไปก่อนเวลาตั้งนาน

คุณทองใบ และ คุณสมหวัง
คุณทองใบ และ คุณสมหวัง

มาถึง ก็นั่งคุยเรื่องเก่าๆ เริ่มจาก “คุณเปลี่ยนไปเยอะนะ” (คุณทองใบทักพ่อ) และ “คุณยังดูเหมือนเดิมเลย” (พ่อทักคุณทองใบ) สำหรับเราฟังดูตลกๆ แต่เข้าใจได้ คนไม่เจอกันเป็นสิบๆ ปี อายุก็ปูนนี้กันแล้วจะให้เหมือน หนุ่มน้อยอายุ 19 อยู่ได้อย่างไร ตามภาพนี้ คุณทองใบอายุ 83 ปีแล้ว และพ่ออายุ 71 ปี คุณทองใบหันมาบอกว่า “พ่อคุณเป็นพวกกลุ่มเยาวชน (หมายถึงในยุคนั้น)”

ต่อมาเพื่อนๆ พ่อค่อยๆ ทะยอยมา ขณะเดียวกัน อาหารกลางวันก็เริ่มเสริฟ จากนั้น เกร็ดต่างๆ ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนจากปากพ่อ ก็ได้ยินจากปากเพื่อนพ่อแทน เช่น

“คุณรู้ไหม (คุณทองใบหันมาบอก) พวกพ่อคุณเนี่ย กินเนื้อหมา ไอ้เราก็นึกว่า จะไปขอลูกหมามาเลี้ยง ที่ไหนได้ จะเอามากินกัน (แล้วหันไปถามพ่อ) ใครนะเป็นคนปรุงน่ะ กลุ่มพวกคุณนี่ล่ะ ชื่ออะไรนะ ยังมีชีวิตอยู่ไหม (พ่อตอบชื่อมา เป็นชื่อจีน และบอกว่า ตายไปแล้ว)”

พ่อแก้ตัวว่า ในคุกมันไม่มีอะไรกิน ก็หลับหูหลับตา เขาทำมาแล้วชวนให้กิน ก็ต้องกินไม่มีสิทธิเลือก พ่อมาบอกทีหลังว่า คนอยู่ในนั้น อดอยากมาก เพราะถูกจับเหมารวมมาจำนวนมาก อาหารการกินอัตคัต ซึ่งบนโต๊ะอาหารวันนี้ ทุกคนต่างยืนยันถึงความลำบากกับเรื่องอาหารที่ไม่พอกิน

พ่อเล่าอีกว่า “ข้าวในนั้นแย่มาก” (เพื่อนของคุณชวนที่ไม่เคยเข้าลาดยาวก็สงสัยว่าทำไม) พ่อก็ตอบว่า “พ่อค้าขี้โกง เพื่อจะเพิ่มน้ำหนักข้าวสาร ก็เลยเอาทรายปนข้าว ทำให้ได้น้ำหนัก ฉะนั้น เมื่อหุงกิน มันจึงเป็นการกินข้าวปนหิน ปนกรวดตลอด”

พ่อก็บ่นต่อ “เนื้อ ก็เรียกยางรถยนต์” เป็นต้น

พอบ่นเรื่องอาหารพอหอมปากหอมคอ ก็เริ่มคุยกันใหม่ ทำไมคุณโดนจับ คุณทองใบก็สงสัยพ่อ ทำอีท่าไหน จึงโดนหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ (ตอนนั้นพ่อเป็นครูจีน สอนภาษาจีนในโรงเรียนจีนแห่งหนึ่ง) คุณทองใบบอกว่า ตอนคุณ (พ่อ) โดนจับเนี่ย เป็นข่าวใหญ่เลยนี่ ข่าวครึกโครมมาก ลงข่าวประมาณจับหัวหน้าผู้ก่อการคอมมิวนิสต์ได้เลย (ขนาดดังขนาดนั้น – แต่เราเพิ่งรู้แฮะ)

เรื่องราวที่คุยมีเยอะมาก ตั้งแต่เรื่องกระจุกกระจิก เรื่องกฏหมาย ลัทธิความเชื่อทางการเมือง จีนเก่าและจีนใหม่ การจับกุมที่ผิดหลักสิทธิมนุษยชน จนมาถึงการเมืองยุคนี้ คุยกันวนไปเวียนมา แต่หัวข้อขาดไม่ได้ก็คือ ยังนับไล่นิ้วอยู่ว่า ใครยังมีชีวิตอยู่ และใครเสียชีวิตไปแล้ว

ในตอนหนึ่ง คุณทองใบ หันมาบอกว่า คุณจินตนา (ผู้หญิงอีกท่านที่ถูกจับข้อหาคอมมิวนิสต์)

คุณจินตา
คุณจินตา

คุณจินตนา หลังออกจากลาดยาว ก็เข้าป่า อยู่ป่าเป็นปี แล้วก็เข้าไปที่รัสเซีย อาศัย ทำงาน และใช้ชีวิตที่นั่นร่วม 22 ปี ในฐานะสื่ออีกท่านหนึ่ง – ปัจจุบันท่านอายุ 81 ปีแล้ว พูดตามจริง นึกไม่ออกว่า ทำไมท่านจึงโดนเหมาจับไปได้ ดูเป็นผู้หญิงที่สุภาพ พูดจาไพเราะ แต่อาจเพราะความที่เป็นนักหนังสือพิมพ์ จึงโดนกวาดล้างไปด้วยกระมัง

คุณมนัส ถูกจับต้องสึกจากความเป็นพระ ในขณะนั้นมีพระถูกจับ 11 รูป

คุณชวน ถูกจับเพราะเป็นนักหนังสือพิมพ์จีน

แต่น้าเขยคุณประสิทธิ์ถูกจับเพราะอะไรไม่ได้ถาม (เป็นญาติกันเลยไม่เคยถาม ใกล้เกลือกินด่าง)

อายุรวมๆ ผู้มางานนี้ คือ 71-83 ปี (ไม่นับเพื่อนคุณชวนซึ่งไม่ใช่ศิษย์เก่าลาดยาว) ได้แก่ คุณมนัส (เราลืม), คุณทองใบ (83 ปั), คุณชเลง (เราลืม), คุณชวน (80 ปี), คุณจินตนา (81 ปี), คุณประสิทธิ์ (เราลืม) และพ่อ (71 ปี) – พ่ออ่อนสุดในกลุ่มวันนี้

ก่อนจาก เราขอให้ทุกท่านถ่ายรูปร่วมกัน ดูพ่อจะมีความสุขมากค่ะวันนี้

ภาพหมู่ศิษย์เก่า
ภาพหมู่ศิษย์เก่า

สำหรับรูปเก่าในมหาวิทยาลัยลาดยาว ดูเพิ่มได้ที่ มหาวิทยาลัยลาดยาว

Moui

I'm not Geek, just a Thai internet addicted gal. Love to be surrounded by good heart people. Follow me on twitter : @moui or Facebook : PoomjitS

More Posts - Website

Follow Me:
TwitterFacebookPinterest

Follow

Get every new post delivered to your Inbox

Join other followers

Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 3.0 Thailand
This work by Moui is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 3.0 Thailand.
%d bloggers like this: