We are Thai. #ThailandOnly

Blog Justice Poem Politics

วันนี้อ่านบทความออนไลน์ชื่อ′ความเป็นไทย+ความเป็นคน′ โดย เกษียร เตชะพีระ หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 แล้วประทับใจบทกวีเก่า ขอคัดลอกบทกวีเหล่านั้น มาไว้เพื่ออ่านย้อนรำลึกเองอีกครั้งค่ะ

https://i0.wp.com/fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc1/5775_145186749202_708049202_3499436_6001325_n.jpg?resize=483%2C338&ssl=1

ความเป็นไทยที่ประดิษฐ์สร้างด้วยบทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์ (พ.ศ. 2473-2509) โดยเฉพาะระหว่างที่เขาถูกอำนาจปฏิวัติอาญาสิทธิ์ของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จับติดคุก ขังลืมด้วยข้อหาคอมมิวนิสต์อยู่กับเพื่อนร่วมชะตากรรมกว่า 300 คน ณ คุกลาดยาวหลังรัฐประหาร 20 ตุลาคม พ.ศ. 2501 จนได้รับการปล่อยตัวพ้นข้อหาเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2507

ช่วง หลังจอมพลสฤษดิ์ถึงแก่กรรมด้วยโรคตับแข็งปลายปี พ.ศ.2506 บรรยากาศการเมืองผ่อนคลายลง มีการเปิดโปงทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติของท่านจอมพลผู้รักและรับผิดชอบชาติ แต่เพียงผู้เดียวถึงกว่า 2,800 ล้านบาท จังหวะนั้นเอง จิตรได้ลอบส่งบทกวีชุด “โคลงสรรเสริญเกียรติ กรุงเทพมหานครยุคไทยพัฒนา” ภายใต้นามปากกา “กวีการเมือง” จากคุกไปลงหนังสือพิมพ์ประชาธิปไตยซึ่งมี ล้วน ควันธรรม เป็นผู้คุมคอลัมน์ และได้ทยอยตีพิมพ์ระหว่างเดือน มิ.ย.-ก.ค.2507

เป็น บทกวีที่แกร่งกร้าวทรงพลังยิ่ง ใช้ถ้อยคำปลดปล่อย [ความเป็นไทย+ความเป็นคน] [popular nationalism+social radicalism] ออกจากคุกคุมขังของเผด็จการ ให้โลดแล่นออกมายืนหยัด ท้าทายอำนาจอธรรมอย่างห้าวหาญทรนงและสง่างาม จนกล่าวได้ว่าตราบใดที่กวีบทนี้ยังกังวานก้องอยู่ในมโนสำนึกของสังคมไทย ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะจับความเป็นไทยฉีกพรากออกมาและกดเหยียบไว้ ให้อยู่ตรงข้ามหรือต่ำค่ากว่าความเป็นคน

ขออนุญาตคัดลอกบางส่วนมา เสนอไว้เป็นอนุสรณ์แด่จิตรและอนุสติแก่นายทุน ขุนศึก นักเลือกตั้ง เนติบริกรและสื่อบริการทั้งหลายผู้เห็นและทำกับคนไทยไม่เหมือนคน, จนสยามประเทศที่รักของเราต้องประสบมหาวิบัติในรอบหลายปีที่ผ่านมา ณ ที่นี้ : –

“…แต่คนย่อมเป็นคน บ่คือควายที่โง่งึม

ไผเหวยจะนอนพึม และพ่ายแพ้ลงพังภินท์

ฟ้าลวกด้วยเปลวเลือด ระอุเดือดทั้งแดนดิน

วอดวายทุกชีวิน แต่คนยังจะหยัดยืน

ถึงยุคทมิฬมาร จะครองเมืองด้วยควันปืน

ขื่อแปจะพังครืน และกลิ่นเลือดจะคลุ้งคาว

แต่คนย่อมเป็นคน ในสายธารอันเหยียดยาว

คงคู่กับเดือนดาว ผงาดเด่นในดินแดน

ถึงปืนก็เถอะปืน เจ้ายิงคนอย่างหมิ่นแคลน

ใจสู้นี้เหลือแสน กว่าปืนสูจะตัดสิน

คาวเลือดที่ไหลอาบ ซึมกำซาบในเนื้อดิน

ปลุกใจอยู่อาจิณ ให้กวาดล้างพวกกาลี

ฟ้ามืดเมื่อมีได้ ก็ฟ้าใหม่ย่อมคงมี

แสงทองเหนือธรณี จะท้าทายอย่างทรนง

เมื่อนั้นแหละคนนี้ จะยืดตัวได้หยัดตรง

ประกาศด้วยอาจอง “กูใช่ทาสหากคือไท”

หากคือไทย…ฮา !!…..

 

ต่อสู้ ไผสิอยู่อย่างสยบซบกับส้น

ถึงเกือกเหล็กกระทืบทับแทบอับจน เอาหัวชนฝาสู้อยู่อย่างไท

เขาจึงสู้อยู่อย่างคนบนผืนดิน พิทักษ์ถิ่นไว้ด้วยเลือดอันเดือดใหม้

ตายก็ฝังยังก็อยู่สู้ต่อไป ให้ลือใจคนกล้าทั้งธาตรี……

นี้ฤๅคือยุคใหม่ ยุคแห่งไทยพัฒนา

ยุคเลือดเชือดประชา ยุคปีศาจปล้นชาติไทย

แต่คนย่อมเป็นคน ถึงยากจนก็รวยใจ

รวยแรงที่แกร่งไกร จะต่อสู้ศัตรูคน

กูไทยต้องเป็นไท จะเป็นทาสบ่ยอมทน

ชื่อไทยที่เรียกตน จะเย้ยตัวจนยามตาย

ถึงแพ้สักสิบแพ้ บ่ท้อแท้จะท้าทาย

สู้ใหม่อย่างไว้ลาย ให้โลกลือกูคือไท

 

ไทย-ไทคำนี้อ้า อัศจรรย์ จริงเอย

เป็นชื่อชาติชนฉกรรจ์ กาจกล้า

ไทยทนแก่อาธรรม์ เป็นทาส มีฤๅ

มีแต่ยืนผงาดฟ้า ไล่ล้างอาธรรม์…..

และอีกบทส่งท้ายจาก “วิญญาณสยาม” ของ “กวีการเมือง” เช่นกัน (ต.ค.2507)

อา…นามไทย ใช่ทาส…พิลาศนัก ธำรงสิทธิ์ อิศรศักดิ์ อันสูงส่ง

“ไท” นามนี้ มีกังวาน สร้านทรนง ไทยต้องคง คุณค่านั้น นิรันดร

ที่มา : มติชน

blog เกี่ยวกับ จิตร ภูมิศักดิ์

จาก พ.ศ.2499 คอมมิวนิสต์ลาดยาว ถึง พ.ศ.2552 สังคมประชาธิปไตย?

รำลึก 80 ปี จิตร ภูมิศักดิ์

 

 

Moui

Just say.

More Posts - Website

Follow Me:
TwitterFacebookPinterest