Moui.Net – Written from heart

Time is so long, Life is so short

Posted by Moui 5 COMMENTS

I believe that many of you have already heard of the tragedy in Rwanda.  However, some of you may never know before.  I have read the aticle in The Free News about Rawanda by ice angel written on May 30, 2008 in Thai.It is worth to read.  The article is originated from . ศุกร์ ที่ 30 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2551 Rwanda โดย ice angel การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา : โศกนาถกรรมที่ไม่ควรเกิดขึ้นในเมืองไทย เมื่อหลายสิบปีก่อน มีข่าวใหญ่สะท้านโลกข่าวหนึ่งคือ ข่าวเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศรวันดา ซึ่งเป็นประเทศเล็กๆ ในแอฟริกา ข่าวการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ค่อนข้างสะเทือนขวัญชาวโลก ที่แม้แต่เพื่อนบ้านกันเองที่มีความคุ้นเคยสนิทสนมกันมานานก็ ยังจับอาวุธขึ้นมาฆ่ากันเองกระจายไปทั่วประเทศ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นคนไทยส่วนใหญ่อาจลืมเลือนไป เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ประเทศไทยก็เจอกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจเล่นงานเสียงอมแหงม แล้วเรื่องรวันดาก็จางหายไป เรื่องรวันดามาส MouiI’m[...]

Posted by Moui ADD COMMENTS

จากรวันดา ถึงราชประสงค์… สงครามกลางเมืองอีกแล้วหรือ? โพสต์ทูเดย์ วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน 2553 Section B ต่างประเทศ หน้า B4 สถานการณ์การเมืองไทยในขณะนี้ที่เต็มไปด้วยการใช้กำลังความรุนแรง การสูญเสียเลือดเนื้อ และการเผชิญกันอย่างชัดเจนของคู่กรณีของสีต่างๆ ในสังคม กำลังเข้าสู่ภาวะที่เปราะบางและน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง หลายฝ่ายทั้งนักวิชาการไทยและเทศ ต่างแสดงความวิตกกังวลถึงความขัดแย้งดังกล่าวอาจจะลุกลามพัฒนาไปสู่ภาวะ “สงครามกลางเมือง” หรือสงครามที่คนในชาติเดียวกันลุกขึ้นมารบราฆ่าฟัน และมุ่งหมายจะเอาชีวิตกันเอง ย้อนกลับไปในอดีต สงครามกลางเมืองคงไม่ใช่สิ่งที่ผิดประหลาด หรือไม่เคยเกิดขึ้น หากแต่ว่าสงครามกลางเมืองเป็นสิ่งที่ปรากฏให้เห็นมาโดยตลอดในประวัติศาสตร์ของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เกิดความขัดแย้งทางความคิดและอุดมการณ์ขึ้น จนกระทั่งพัฒนาไปเป็นความเกลียดชังระหว่างคนในชาติ สงครามกลางเมืองครั้งที่ถือได้ว่าสร้างความสูญเสียอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งคงหนีไม่พ้น “สงครามกลางเมืองในรวันดา” อันเป็นความขัดแย้งระหว่างสองชนเผ่า คือ ฮูตู กับ ทุตซี ซึ่งในที่สุดพัฒนาไปเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และเป็นเหตุให้ประชาชนชาวรวันดาถูกสังหารไปนับล้านคนในเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น สาเหตุของความขัดแย้งที่พัฒนาไปเป็นสงครามกลางเมืองในรวันดาเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่รวันดายังเป็นอาณานิคมอยู่ภายใต้การปกครองของเบลเยียม ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว เบลเยี่ยมจัดการปกครองรวันดาโดยให้ชนเผ่าทุตซี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ร่ำรวย มีการศึกษาดี เป็นนักรบ แต่เป็นคนส่วนน้อยของประเทศได้ทำหน้าที่ในการปกครองประเทศ ในขณะเดียวกันเบลเยียมก็กลับปฏิบัติกับชาวฮูตู ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่เยี่ยงพลเมืองชั้นสองของประเทศ การกระทำดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจกับชนเผ่าฮูตู และทำให้เกิดความรู้สึกบ่มเพาะในกลุ่มชาวฮูตู ว่าตนในฐานะเจ้าของประเทศจะต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ชนเผ่าของตนได้กลับมาปกครองประเทศ เหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสองชนเผ่าเริ่มขึ้นอีกครั้ง ภายหลังจากที่เบลเยียมประกาศให้เอกราชแก่รวันดา และทำให้ชาวฮูตูเข้าไปมีอำนาจเป็นรัฐบาลปกครองรวันดา ในช่วงปี 2533 ได้เกิดเหตุการณ์การต่อสู้ระหว่างกลุ่มต่อต้านรัฐบาลของชาวทุตซีที่มีชื่อว่า แนวร่วมผู้รักชาติชาวรวันดา (Rwandan Ratriotic Front – RPF) กับรัฐบาลรวันดา ซึ่งปกครองโดยชาวฮูตู ผลจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลฮูตูมีมติร่วมกันว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะจบลงได้ ก็ต่อเมื่อการกำจัดชาวทุตซีให้หมดไปจากรวันดา ภายหลังจากมีมติดังกล่าวแล้ว รัฐบาลฮูตูก็ริเริ่มโครงการต่อต้านชาวทุตซีโดยการกล่าวโทษให้ร้ายชาวทุตซีและกลุ่มต่อต้านรัฐบาลผ่านทางสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุ และใบปลิว จัดตั้งหน่วยทหารบ้านมากกว่า 3 หมื่นคนทั่วประเทศ รวมทั้งปิดประกาศรณรงค์ให้ประชาชนขับไล่ชาวทุตซี นอกจากนี้ยังมีการแบ่งแยกประชาชนทั้งสองเผ่าออกจากกัน โดยการระบุในบัตรประจำตัวประชาชน และการสังเกตจากสีผิว เหตุการณ์ความขัดแย้งของทั้งสองชนเผ่าเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดีของประเทศบุรุนดี[...]

Advertize