Moui.Net – Written from heart

Time is so long, Life is so short

Posted by Moui ADD COMMENTS

Black-list of 200 red cyber-warriors disclosed. Jakrapob and Giles still convey information through websites in Europe. PM orders for control. In a cabinet meeting, ICT Minister Chuti Krairoek reported about a publicity of websites containing lèse majesté contents. He said that Jakrapob Penkair and Giles Ungpakorn are still active in conveying information through websites in Europe. Meanwhile, the Ministry of ICT found a group of 200 people that, in their line of duty, constantly posts LM messages online, which is[...]

Posted by Moui 1 COMMENT

มาพูดถึงบะจ่างสักนิด มีอ้างในวิกิพีเดียด้วย http://bit.ly/dnqbEM บะ จ่าง ดั้งเดิมคือสิ่งที่ชาวบ้านห่ออาหารขึ้นมาแล้วโยนลงไปในน้ำ เพื่อมิให้ปลามันไปแทะศพของ ชวีหยวน เพราะ ชวีหยวน ได้รับยกย่องว่าเป็นคนรักชาติ ชวี หยวน เป็นข้าราชการในแคว้นหนึ่งของจีน (ที่เมื่อก่อนมีสารพัดแคว้น) เขาก็พยายามจะบอกกษัตริย์ว่า อย่าให้ข้าราชการกังฉินโกงกินจะสิ้นชาติ แต่ฮ่องเต้หาใส่ใจไม่ กลับขับไล่ให้ชวีหยวนพ้นจากตำแหน่งไป ชวีหยวนช้ำใจแต่ก็ยอมเชื่อฟังคำสั่งฮ่องเต้ แต่มาแคว้นก็ล่มสลาย ชวี หยวนรู้ว่าตัวเองช่วยชาติไม่ได้ ด้วยความเสียใจ จึงไปกระโดดน้ำตาย (ด้วยความรักชาติ) ชาวบ้านที่รู้ถึงความรักชาติของชวีหยวนก็ออกมาหาศพ แต่ ก็หาไม่เจอ จึงทำช่วยกันห่อบะจ่างขึ้นมา แล้วโยนลงไปในน้ำ เพื่อล่อให้ปลามาแทะบะจ่างแทนศพชวีหยวน และทำเป็นประเพณีนี้สืบทอดติดต่อกันมา ชวี หยวนฆ่าตัวตายตอนเดือน 5 วันที่ 5 ฉะนั้นทุกวันนั้น จึงถือว่าเป็นวันของคนรักชาติ การไหว้บะจ่างที่ต่อมาเป็นอาหารนั้น เป็นการไหว้ให้ชวีหยวน แต่เป็นนัยยะว่า เพื่อระลึกถึงคนรักชาติที่ยอมตายเพราะช่วยชาติไม่ได้ ส่วนคนถิ่นอื่น เช่น แต้จิ๋ว ไหหลำ ฮกเกี้ยน ก็ไหว้บะจ่าง .. แต่ธรรมเนียมไหว้จ่างก็เพี้ยนไปเป็นการไหว้เจ้า แต่จริงๆ ไม่ใช่ เป็นการไหว้ถึงคนรักชาติ ที่มีสัญญลักษณ์ของการตายของชวีหยวนนั่นเอง นี่คือที่มาของการไหว้บะจ่าง – เพื่อระลึกถึงคนรักชาติค่ะ บ้านเราจะมีประเพณีแบบนี้ไหมอ่า? ไหว้ชาวบ้านบางระจัน? MouiI’m not Geek, just a Thai internet addicted gal. Love to be surrounded by good heart people. Follow me[...]

Posted by Moui ADD COMMENTS

สมัยยังวัยรุ่น ตามอ่านนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ ของคุณ ว.วินิจฉัยกุล มาตลอด เรียกได้ว่าติดงอมแงม ไล่เล่มมาแทบทุกเรื่อง มีอยู่ series หนึ่ง เป็น series ที่เกี่ยวกับ การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ค่ะ จะมีสองชุด (ชุดละสองเล่ม) คือ สายโลหิต และ ญาติกา สองเรื่องนี้จะเป็นตอนต่อกันและกัน ถ้าใครเป็นแฟนหนังสือ ว.วินิจฉัยกุล จะรู้ดีว่า ว.วินิจฉัยกุล เป็นนามแฝงชื่อหนึ่งของ รศ.ดร.คุณหญิง วินิตา ดิถียนต์ (นามแฝงดังอีกชื่อคือ แก้วเก้า) อ.วินิตา หรือ ว.วินิจฉัยกุล เมื่อเขียนหนังสือ ก็มักจะยกคำกลอน คำคม บทกวี ฯลฯ มาประกอบในงานเขียนเสมอๆ ด้วยเกรงว่า คนรุ่นใหม่จะไม่ซาบซึ้งหรืออ่านกลอน บทกวีเหล่านั้นไม่เข้าใจดีพอ อาจารย์เมื่อยกกลอนดังกล่าวมาอ้างในหนังสือ ก็จะพยายามอธิบายเป็นร้อยแก้วประกอบเสมอๆ ในหนังสือ สายโลหิต นั้น เป็นตอนก่อนกรุงศรีฯ จะแตก ในช่วงนั้นบ้านเมืองปราศจากความสามัคคี แตกคอกัน ไม่เป็นระส่ำระสาย ตามที่เราเคยเรียนมาในประวัติศาสตร์ก่อนเสียกรุงฯ ในสายโลหิต มีการอ้างอิงถึง เพลงยาวถวายทำนายกรุงศรีอยุธยาแด่องค์พระมหากษัตริย์ค่ะ จำได้ว่า เมื่ออ่านจบประทับใจมาก เรียกได้ว่าอินขนาดน้ำตาร่วงเลย (วัยรุ่นน่ะค่ะ อารมณ์อ่อนไหว) แต่ความที่มันยาวมาก จึงไม่ได้จดเก็บไว้ น่าเสียดายเหลือเกิน แต่วันนี้ คุณ ร้อยเอกชาติชายฯ สมาชิกเว็บประชาไท นำเพลงยาวฯชุดนี้มาโพสต์ให้อ่านค่ะ จึงขอคัดลอกมาไว้ ณ ที่นี้ด้วยเช่นกัน วันนี้คงไม่มีน้ำตา ได้แต่หวังว่า จะไม่ได้อ่านคำทำนายเพลงยาวฯ ลักษณะนี้ซ้ำแล้ว ยุคนี้เป็นยุคกรุงรัตนโกสินทร์[...]

Posted by Moui 1 COMMENT

This blog is telling about Ban Kai where I visited this afternoon to view the changes after craskdown last week.  By the way, I wrote it in Thai and initially I intended to tweet to my twibbles to read.  Here is my achieve tweets for my memorizing to all Thais who were facing the same crisis. Make love, not war. —————————— ข้อความต่อไปนี้ เป็นการรวบรวมทวิตที่เขียนเพื่อให้เพื่อนๆ ในทวิตเตอร์อ่าน เป็นประสบการณ์ตอนบ่ายๆ ที่เข้าไปทักทายชาวชุมชนบ่อนไก่ หลังจากการสลายการชุมนุม ตามที่สัญญากับชาวชุมชนว่า จะเขียนบอกเล่าถึงความรู้สึกของพวกเขาออกมา เมื่อทวิตแล้ว จึงเก็บมาใส่ blog ตัวเองอีกชั้นหนึ่งด้วย จนกว่าวันที่เรามีสันติภาพจริงๆ ——————————- ๑ เพราะเหตุที่อ่าน http://bit.ly/ce0A2K เช้านี้ มีหลายประเด็นสงสัยคาใจ[...]

Posted by Moui ADD COMMENTS

จากรวันดา ถึงราชประสงค์… สงครามกลางเมืองอีกแล้วหรือ? โพสต์ทูเดย์ วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน 2553 Section B ต่างประเทศ หน้า B4 สถานการณ์การเมืองไทยในขณะนี้ที่เต็มไปด้วยการใช้กำลังความรุนแรง การสูญเสียเลือดเนื้อ และการเผชิญกันอย่างชัดเจนของคู่กรณีของสีต่างๆ ในสังคม กำลังเข้าสู่ภาวะที่เปราะบางและน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง หลายฝ่ายทั้งนักวิชาการไทยและเทศ ต่างแสดงความวิตกกังวลถึงความขัดแย้งดังกล่าวอาจจะลุกลามพัฒนาไปสู่ภาวะ “สงครามกลางเมือง” หรือสงครามที่คนในชาติเดียวกันลุกขึ้นมารบราฆ่าฟัน และมุ่งหมายจะเอาชีวิตกันเอง ย้อนกลับไปในอดีต สงครามกลางเมืองคงไม่ใช่สิ่งที่ผิดประหลาด หรือไม่เคยเกิดขึ้น หากแต่ว่าสงครามกลางเมืองเป็นสิ่งที่ปรากฏให้เห็นมาโดยตลอดในประวัติศาสตร์ของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เกิดความขัดแย้งทางความคิดและอุดมการณ์ขึ้น จนกระทั่งพัฒนาไปเป็นความเกลียดชังระหว่างคนในชาติ สงครามกลางเมืองครั้งที่ถือได้ว่าสร้างความสูญเสียอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งคงหนีไม่พ้น “สงครามกลางเมืองในรวันดา” อันเป็นความขัดแย้งระหว่างสองชนเผ่า คือ ฮูตู กับ ทุตซี ซึ่งในที่สุดพัฒนาไปเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และเป็นเหตุให้ประชาชนชาวรวันดาถูกสังหารไปนับล้านคนในเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น สาเหตุของความขัดแย้งที่พัฒนาไปเป็นสงครามกลางเมืองในรวันดาเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่รวันดายังเป็นอาณานิคมอยู่ภายใต้การปกครองของเบลเยียม ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว เบลเยี่ยมจัดการปกครองรวันดาโดยให้ชนเผ่าทุตซี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ร่ำรวย มีการศึกษาดี เป็นนักรบ แต่เป็นคนส่วนน้อยของประเทศได้ทำหน้าที่ในการปกครองประเทศ ในขณะเดียวกันเบลเยียมก็กลับปฏิบัติกับชาวฮูตู ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่เยี่ยงพลเมืองชั้นสองของประเทศ การกระทำดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจกับชนเผ่าฮูตู และทำให้เกิดความรู้สึกบ่มเพาะในกลุ่มชาวฮูตู ว่าตนในฐานะเจ้าของประเทศจะต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ชนเผ่าของตนได้กลับมาปกครองประเทศ เหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสองชนเผ่าเริ่มขึ้นอีกครั้ง ภายหลังจากที่เบลเยียมประกาศให้เอกราชแก่รวันดา และทำให้ชาวฮูตูเข้าไปมีอำนาจเป็นรัฐบาลปกครองรวันดา ในช่วงปี 2533 ได้เกิดเหตุการณ์การต่อสู้ระหว่างกลุ่มต่อต้านรัฐบาลของชาวทุตซีที่มีชื่อว่า แนวร่วมผู้รักชาติชาวรวันดา (Rwandan Ratriotic Front – RPF) กับรัฐบาลรวันดา ซึ่งปกครองโดยชาวฮูตู ผลจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลฮูตูมีมติร่วมกันว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะจบลงได้ ก็ต่อเมื่อการกำจัดชาวทุตซีให้หมดไปจากรวันดา ภายหลังจากมีมติดังกล่าวแล้ว รัฐบาลฮูตูก็ริเริ่มโครงการต่อต้านชาวทุตซีโดยการกล่าวโทษให้ร้ายชาวทุตซีและกลุ่มต่อต้านรัฐบาลผ่านทางสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุ และใบปลิว จัดตั้งหน่วยทหารบ้านมากกว่า 3 หมื่นคนทั่วประเทศ รวมทั้งปิดประกาศรณรงค์ให้ประชาชนขับไล่ชาวทุตซี นอกจากนี้ยังมีการแบ่งแยกประชาชนทั้งสองเผ่าออกจากกัน โดยการระบุในบัตรประจำตัวประชาชน และการสังเกตจากสีผิว เหตุการณ์ความขัดแย้งของทั้งสองชนเผ่าเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดีของประเทศบุรุนดี[...]

Posted by Moui 3 COMMENTS

สำหรับคนที่ไม่เคยทราบมาก่อน ขอท้าวความนิดเดียวว่า พ่อ ครั้งหนึ่งเคยถูกจับยัดข้อหา “คอมมิวนิสต์” เมื่ออายุ 19 ปี ในปี พ.ศ. 2499 โดยปราศจากการสอบสวน และถุกจับไปกุมขังที่คุกที่ชื่อว่า “ลาดยาว” หรือที่พวกท่านและเพื่อนขนานนามกันว่า มันคือ “มหาวิทยาลัยชีวิต – มหาวิทยาลัยลาดยาว” พ่อ ถูกขังอยู่ 4 พุทธศักราช แต่รวมระยะเวลาเกือบ 2 ปีกว่าเท่านั้น ก็ได้รับการปล่อยตัวเงียบ ก่อนหน้าที่จะได้มีโอกาสไปร่วมวงไพบูลย์กับพ่อและผองเพื่อนวันนี้ เกิดมาจากว่า พ่อ ได้พบเพื่อนเก่าท่านหนึ่ง – คุณชเลง และได้หยิบยืมหนังสือชื่อว่า “คอมมิวนิสต์ลาดยาว” ที่เขียนโดยอีกหนึ่งของคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์ – คุณทองใบ ทองเปาด์ หนังสือเล่มนี้ มีหลายตอนที่เขียนเล่าถึง พ่อ แต่สิ่งที่ทำให้มันเป็นสื่อกลางก็เพราะ เมื่อเราได้เห็นหนังสือ (เพราะพ่อเอามาอวด) ก็เลยขอยืมมาถ่ายรูปขึ้นเว็บก่อน ทำให้คุณชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี เห็นภาพ และได้บอกกล่าวต่อคุณทองใบ ทองเปาด์ ผลคือ จากเครือข่ายใยแมงมุม ทำให้เพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันมานานหลายสิบปี ได้มีโอกาสมาพบหน้ากันในวันนี้ – วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2552 ในความตลกนิดๆ ของเราก็คือ ผู้สูงอายุเขาจะมีความกระตือรือล้นต่อการนัดหมายมาก พ่อกระวนกระวาย นัดเที่ยง แต่ย้ำเตือนเวลานัดหมายกับเราตั้งแต่ 9 โมงเช้า ปรากฏว่า คุณทองใบ เป็นคนแรกที่ไปถึง และไปถึงตั้งแต่ 11.30 น. (ก่อนเวลานัดตั้งครึ่งชั่วโมง) พ่อบ่นใหญ่ หาว่าไปทำให้เพื่อนเขารอ เราก็ต้องบอกว่า เพื่อนพ่อตะหาก ไปก่อนเวลาตั้งนาน[...]

Posted by Moui 4 COMMENTS

MouiI’m not Geek, just a Thai internet addicted gal. Love to be surrounded by good heart people. Follow me on twitter : @moui or Facebook : PoomjitSMore Posts – Website Technorati: Obama, Politics, USA

Posted by Moui 3 COMMENTS

Sites that Obama and his administration control: Whitehouse.gov Change.gov MyBarackObama.com USA Service Presidential Inauguration Committee USA.gov Sites Obama Does Not Control: Change.org’s Ideas for Change in America ObamaCTO The Sunlight Foundation and any of their projects For techies. The New York Times Congress API Source : http://mashable.com/2009/01/19/barack-obama-administration/ MouiI’m not Geek, just a Thai internet addicted gal. Love to be surrounded by good heart people. Follow me on twitter : @moui or Facebook : PoomjitSMore Posts – Website Technorati: Obama, Politics, USA

Posted by Moui 1 COMMENT

It is not a real shock news to hear the annoucement by the Constitution Court this afternoon to dissolve three government parties, that are, the People Power (PPP), Matchimathipataya and Chart Thai parties. The court also banned 109 executives of the three coalition parties from running elections for five years. There will be no longer these parties.  However, the PPP has already prepared for the new party called “Pheu Thai Party”. Well, too sad to say more things. MouiI’m not[...]

Posted by Moui ADD COMMENTS

There lived a certain man in Russia long ago He was big and strong, in his eyes a flaming glow Most people looked at him with terror and with fear But to Moscow chicks he was such a lovely dear He could preach the bible like a preacher Full of ecstacy and fire But he also was the kind of teacher Women would desire RA RA RASPUTIN Lover of the Russian queen There was a cat that really was gone[...]

Posted by Moui 46 COMMENTS

Thailand is my home country, she used to be the place where I loved so much.  After my graduation, I decided living in Thailand permanently.  But after many political incidents in this decade, I am deeply upset.  It is very hurt to see the other Thais have been ruining the country from time to time. I can’t see the future of Thailand.  I do not know where the land of smile has gone.  I do not when every fighting will[...]

Posted by Moui 17 COMMENTS

The Democrat party’s Apirak Kosayodhin won a sweeping victory in yesterday’s Bangkok governor election, polling more than 991,000 votes and bettering his result of four years ago. He won nearly twice as many votes as his rival Prapas Chongsa-nguan of the People Power party. Mr Apirak was seeking a second term and was re-elected for another four years. Four years ago, he won the race with 911,441 votes. Unofficial voting results late last night showed Mr Apirak gained 991,081 votes,[...]

Posted by Moui ADD COMMENTS

Prime Minister Samak Sundaravej on Tuesday imposed a state of emergency after overnight clashes between pro- and anti-government protesters left one person dead and dozens injured. State and private broadcasting stations announced the declaration of the state of emergency at 7am (2400 GMT) Spokesmen for the United front of Democracy against Dictatorship immediately announced they will end their rally centered at Sanam Luang. “We will obey the law and go home.” Suriyasai Katasila, the chief ideologue for the People’s Alliance[...]

Advertize