Bloody in Rwanda

I believe that many of you have already heard of the tragedy in Rwanda.  However, some of you may never know before.  I have read the aticle in The Free News about Rawanda by ice angel written on May 30, 2008 in Thai. It is worth to read.  The article is originated from http://thaifreenews.com/?name=knowledge&file=readknowledge&id=39.

ศุกร์ ที่ 30 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2551

Rwanda

โดย ice angel



การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา : โศกนาถกรรมที่ไม่ควรเกิดขึ้นในเมืองไทย

เมื่อ หลายสิบปีก่อน มีข่าวใหญ่สะท้านโลกข่าวหนึ่งคือ ข่าวเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศรวันดา ซึ่งเป็นประเทศเล็กๆ ในแอฟริกา ข่าวการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ค่อนข้างสะเทือนขวัญชาวโลก ที่แม้แต่เพื่อนบ้านกันเองที่มีความคุ้นเคยสนิทสนมกันมานาน ก็ ยังจับอาวุธขึ้นมาฆ่ากันเองกระจายไปทั่วประเทศ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นคนไทยส่วนใหญ่อาจลืมเลือนไป เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ประเทศไทยก็เจอกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจเล่นงานเสียงอมแหงม แล้วเรื่องรวันดาก็จางหายไป

เรื่องรวันดามาสะกิดใจชาวโลกอีกครั้งหนึ่ง เมื่อมีภาพยนต์ดังเรื่อง Hotel Rwanda ออก ฉาย ซึ่งภาพยนต์เรื่องนี้ได้สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในประเทศรวันดา ที่ผู้จัดการโรงแรมชาวฮูตูได้ช่วยชีวิตชาวตุ๊ดชี่ไว้หลายพันคน จากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

Rwanda คือชื่อของประเทศหนึ่งที่ตั้งอยู่ในทวีปแอฟริกาล้อมรอบไปด้วยประเทศ ยูกันดา บุรุนดี คองโก และแทนซาเนีย ปัจจุบันประเทศ Rwanda มีเมืองหลวงชื่อว่า กรุง Kigali

เดิมทีดินแดนนี้เคยเรียกว่า Ruada-Urundi เคยรวมอยู่กับ Burundi แล้วตกเป็นอาณานิคมของเยอรมัน พศ. 2433 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเยอรมันแพ้สงคราม ทำให้รวันดา ตกอยู่ภายใต้การดูแลขององค์การสหประชาชาติ โดยมีเบลเยี่ยมเป็นผู้ดูแลแทนองค์การสหประชาชาติ โดยในขณะนั้นรวันดามีการปกครองแบบมบูรณาญาสิทธิราชย์ ประชาชนของรวันดา ประกอบด้วยคนสองเผ่าคือ เผ่าตุ๊ดชี่ (Tutsi) ซึ่งเป็นคนส่วนน้อยของประเทศ มีประมาณร้อยละ 15 แต่กลุ่มที่มีฐานะทางเศรษฐกิจค่อนข้างดี มีการศึกษาดีและส่วนใหญ่เป็นพวกนักรบ อีกเผ่าหนึ่งซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศคือ เผ่าฮูตู (Hutu) ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะยากจน มีอาชีพทางด้านกสิกรรมเป็นส่วนใหญ่

เมื่อปี พศ.2502 ได้เกิดสงครามระหว่างประชากรทั้งสองเผ่าขึ้น ซึ่งผลของสงครามทำให้ชนเผ่าตุ๊ดชี่ หมดอำนาจลง และ 2 ปีต่อมา เบลเยี่ยมได้จัดให้มีการลงประชามติ เกี่ยวกับเอกราชของรวันดา และผลของประชามติ คือ ชาวรวันดาต้องการที่จะปกครองตนเอง เบลเยี่ยมจึงให้เอกราชแก่รวันดา ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2505 (1962) รวันดาจึงได้กลายเป็นสาธารณรัฐ มีการร่างรัฐธรรมนูญและจัดให้มีการเลือกตั้ง

ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า พรรคของชาวเผ่า ฮูตู (Hutu) ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งและได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล มีนาย Gregoire Kayibanda เป็นประธานาธิบดีคนแรกของรวันดา แต่อย่างไรก็ตาม ในปี พศ. 2506 – 2507 ก็ ได้เกิดสงครามระหว่างชนทั้งสองเผ่าอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผลของสงครามทำให้เผ่าตุ๊ดชี่ถูกฆ่าตายไปหลายพันคน และอีกหลายหมื่นคนต้องหนีไปอยู่ยูกันดาและบุรุนดี



ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2516 พลเอก Juvenal Habyarimana ทำรัฐประหาร ขับไล่ประธานาธิบดี Kayibanda ซึ่ง เป็นประธานาธิบดีคนแรกออกจากตำแหน่ง ซึ่งการรัฐประหารทำให้พรรคของชนเผ่าฮูตูหมดอำนาจลง โดยพรรคของเผ่าตุ๊ดชี่ ซึ่งควบคุมโดยกองทัพ เข้ามามีอำนาจแทน

ประธานาธิบดี พลเอก Juvenal Habyarimana มีนโยบายขจัดลัทธิเผ่านิยม เพื่อสร้างความสามัคคีและความเป็นปึกแผ่นให้แก่ประเทศ ตั้งแต่การประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 2521 ทำให้พรรค MRND ซึ่งควบคุมโดยกองทัพ เป็นพรรคการเมืองที่ถูกกฎหมายเพียงพรรคเดียว นโยบายสำคัญของพรรค MRND คือ ขจัดความขัดแย้งระหว่างเผ่าพันธุ์ และสร้างเอกภาพให้แก่ชาติ โดยอำนาจตุลาการใช้ผ่านทางศาลและ คณะรัฐมนตรี (Council of State)

ภายหลังการอสัญกรรมของประธานาธิบดี พลเอก Juvenal Habyarimana ซึ่งเป็นชนเผ่าฮูตู โดยมี่สาเหตุมาจากเครื่องบินตก ในวันที่ 6 เมษายน 2537 ซึ่งได้กลายเป็นสาเหตุสำคัญ และการเริ่มต้นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยพวกฮูตูได้โฆษณาชวนเชื่อว่า ประธานาธิบดีของชนเผ่าฮูตูตายนั้นเกิดจากฝีมือของชนเผ่าตุ๊ดชี่

และในวันที่ 8 เมษายน 2537 Dr.Theodore Sindikubwabo ชนเผ่าฮูตู ก็ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแทน




การ ปลุกระดมและการโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ เพื่อยุยงให้มีการฆ่าชนเผ่าตุ๊ดซี่ ก็เริ่มขึ้นตั้งแต่บัดนั้นเป็นตนมา ซึ่งพวกอาสาสมัครที่ ของเผ่าฮูตูที่มีการจัดตั้งขึ้นมาอย่างลับๆ ทั่วประเทศ มีมีดขนาดใหญ่เป็นอาวุธ ก็ได้รวมกลุ่มกันสังหารหมู่ชาวตุ๊ดชี่ เป็นจำนวนมาก แม้ในขณะนั้น จะมีทหารขององค์การสหประชาชาติ ประจำอยู่ในประเทศรวันดาก็ตาม แต่ทหารเหล่านั้นก็ไม่สามารถป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ขนานใหญ่นี้ได้เลย ผลของการฆ่าที่ดำเนินไปเป็นเวลากว่า 2 เดือน ทำให้ชาวตุ๊ดชี่สังเวยชีวิตถึง 800,000 คน รวมทั้งชาวฮูตู มากกว่า 50,000 คน

เรื่อง เล่าที่เป็นโศกนาฎกรรมคือ บางครอบครัวหัวหน้าครอบครัวต้องลงมือสังหารบุตร และภรรยาของตนเอง เพียงเพื่อให้ลูกๆ และภรรยาไม่ต้องตายอย่างทรมาณ เพราะหากปล่อยให้พวกอาสาสมัครฮูตูฆ่าเอง พวกนั้นจะตัดมือตัดแขน และปล่อยให้ตายเองอย่างทรมาน หลายครอบครัวจึงขอลงมือสังหารเอง เนื่องจากไม่มีทางรอดแล้ว

เมื่อ เราเทียบเหตุการณ์ในครั้งนั้นกับเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว โดยฮิตเลอร์ สมัยสงครามโลกครั้งที่สองแล้ว การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ใน รวันดา กลับมีจำนวนคนตายมากกว่าถึง 3 เท่าภายในระยะเวลาอันรวดเร็วเพียงสองเดือนเท่านั้น…!!และเหตุใดทำไม ชนเผ่าฮูตู ถึงได้ ฆ่าชนเผ่าตุ๊ดชี่ ได้อย่างรวดเร็วและมากมายได้ขนาดนั้น ทั้งที่ช่วงนั้นประเทศ รวันดา ก็อยู่ภายใต้การดูแลการเลือกตั้งของทหารสหประชาชาติ (ฝรั่งเศส เป็นผู้นำในการดูแลประเทศรวันดาในขณะนั้น) ในขณะที่โลกเราขณะนั้นก็มีการสื่อสารที่ไร้พรมแดน…ในขณะที่อเมริกา มีประธานาธิบดีที่ชื่อ Bill Clinton ……?……



เหตุใดทั่วทั้งโลกจึงเมินเฉยต่อเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์…ในครั้งนั้น ทำไม?
เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเหตุของความรุนแรงนั้นมาจากอคติทางเชื้อชาติ อคติทางการเมือง แต่มีบทสรุปที่น่าสนใจของเหตุการณ์ครั้งนั้นที่ได้ถ่ายทอด ออกมาเป็นหนังสือชื่อว่าสื่อมวลชนกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา (
The Media and the Rwanda Genocide, Pluto Press, 2007) ในหนังสือมีเนื้อหาหลักๆ ที่เป็นข้อถกเถียงที่น่าสนใจคือ คำถามใหญ่ที่ว่า สื่อมีบทบาทในการก่อให้เกิดความรุนแรงจริงหรือไม่ ?”

1. สื่อแพร่กระจายความเกลียดชังอย่างตั้งใจ ผ่านคำพูด เพลงปลุกระดม คำขวัญ

2.สื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานในการลงมือก่อความรุนแรงระหว่างนักการเมืองหัวรุนแรงกับเครือข่ายของพวกเขา มีหลักฐานมากมายว่าสถานีวิทยุ RTLM….. เช่นสหประชาติ ท่านนายพล Dallaire ประกาศ ที่ประเทศรวันดาว่า สนธิสัญญายุติสงคราม พี่น้องเผ่าฮูตูกับเผ่าตุ๊ด สิ้นสุดลงแล้ว ท่ามกลางความดีใจของประชาชนในประเทศ รวันดา แต่รายการวิทยุ Hutu Power Radio กลับปลุกระดม และกระจายเสียงให้ชนเผ่า ชาวฮูตู เกลียดและให้ฆ่าพี่น้องชนเผ่าตุ๊ดชี่

3.สื่อ ทำหน้าที่ชี้นำสาธารณะให้เห็นว่าความรุนแรงเป็นทางออกและจำกัดทางเลือกของ การแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี สื่อวิทยุบางสถานีและหนังสือพิมพ์บางฉบับใน รวันดา จงใจชี้นำสาธารณะชน ว่าความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นเป็นการต่อสู้ระหว่าง พวกเราคนส่วนใหญ่กับ พวกเขาคนส่วนน้อย เป็นการต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่ว



และนั่นคือส่วนหนึ่งของบทสรุปของเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ว่า ทำไมถึงได้มียอดผู้เสียชีวิตมาก ถึง 800,000 คน


ภาย หลังจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ นักวิชาการต่างๆ ทั่วโลกได้ศึกษากรณีนี้ และได้เรียนรู้แล้วว่า กรณีรวันดา มีสาเหตุหลักๆ มาจากอะไร โดยสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่ง มาจากสื่อมวลชน ที่กระตุ้นให้เกิดความเกลียดชังกันอย่างรุนแรง จนเพื่อนบ้านกันจับอาวุธขึ้นมาฆ่ากันเอง

การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดานี้ แม้ว่าจะจบไปแล้วกว่า 14 ปี แต่ก็เป็นบทเรียนและอุทาหรณ์ให้กับประเทศไทย ที่กำลังมีปัญหาความขัดแย้งกันทางการเมืองอย่างยาวนานมากกว่าสองปีแล้ว และเราก็รู้แล้วว่า สื่อมวลชน เป็นสาเหตุหนึ่งที่ปลุกระดมสร้างความเกลียดชังขึ้นอย่างทั่วไป สื่อมวลชน ทำหน้าที่เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างดี ที่ราดเข้าไปในกองเพลิงแห่งความเกลียดชังให้ลุกโพลงขึ้นทั่วประเทศ สื่อมวลชนได้ตอกย้ำถึงความขัดแย้ง


สำหรับเรา ที่เป็นคนไทยด้วยกันเองแล้ว เราจะปล่อยให้ประเทศเราต้องเดินตามรอยของประวัติศาสตร์ในรวันดา อย่างนั้นหรือ ?

สื่อเท่านั้นที่รู้ ประชาชนเท่านั้นที่จะเข้าใจ และไม่อยากให้เกิดกรณี การเข่นฆ่ากันแบบรวันดาในประเทศไทย


สำหรับ ภาพยนตร์ เรื่อง Hotel Rwanda (Hotel Rwanda has been called an African Schindler”s List) เป็นหนังที่ถ่ายทอดเรื่องราวของเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จากผู้ที่อยู่ ในเหตุการณ์จริง ซึ่งอาศัยอยู่ในมุมมุมหนึ่งของประเทศ เป็นอีกแง่มุมหนึ่งที่เหตุใดและทำไม… ? ทหารสหประชาชาติไม่สามารถเข้าระงับเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้

โดยเนื้อเรื่องของหนังสร้างจากเรื่องจริงจาก ตัวละคร ที่ชื่อว่า พอล รูสซาบาจิน่า (Paul Rusesabagina) มีตัวตนอยู่จริง ปัจจุบันอาศัยอยู่ในเบลเยียม

นายพล Dallaire มีตัวตนอยู่จริง ปัจจุบันเกษียญอายุราชการและพำนักอยู่ที่แคนนาดา


Technorati Tags: Discriminate, Politics, Rwanda

This entry was posted on Saturday, July 26th, 2008 at 10:13 am and is filed under Politics. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

  • http://www.utcc.ac.th/ Leeyoungmin

    อืม…เรื่องนี้เคยมีคนเล่าให้ฟังเหมือนกันครับ..ว่า เกิดจาก สื่อที่ไม่เป็นกลาง ปลุกกระแส สร้างข่าวโคมลอย ใส่ความ ปรัักปรำอีกฝ่าย แบบคล้ายๆ กับสื่อบางช่องในบ้านเราเดี๋ยวนี้เลย.. ขอร้อง ..เรื่องนี้เป็นบทเรียนที่ดีมาก สำหรับเราๆ ในตอนนี้

  • http://www.creamchula.com/ creamchula

    เรื่องนี้สอนให้ควรเรียนรู้อดีตเพื่ออนาคตที่มั่นคง

  • http://www.o2job.com/ งานราชการ

    ขอบคุณสำหรับบทความครับ

  • http://tuktukholiday.com cheap hotels

    แย่เลยแบบนี้

  • http://www.atnimancm.com/ โรงแรม บูติก เชียงใหม่

    เคยดูครับ ทุกอย่างเพราะเงินทั้งนั้น

  • http://moui.net moui

    ความโลภของคนไม่มีที่สิ้นสุดค่ะ

blog comments powered by Disqus
 

Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 3.0 Thailand
This work by Moui is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 3.0 Thailand.